เด็กที่ถูกทดลองกลุ่มหนึ่งพยายามหลบหนีจากการตามล่าขององค์กรที่ทดลองพวกเขาน่ะครับ ขอเล่าสั้นๆ ประมาณนี้เลย เพราะเรื่องราวในหนังมันก็มีอยู่ประมาณนี้แหละ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้เลย
เด็กที่ถูกทดลองกลุ่มหนึ่งพยายามหลบหนีจากการตามล่าขององค์กรที่ทดลองพวกเขาน่ะครับ ขอเล่าสั้นๆ ประมาณนี้เลย เพราะเรื่องราวในหนังมันก็มีอยู่ประมาณนี้แหละ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้เลย
จอห์น (Morris Chestnut) กับลอร่า (Regina Hall) คือคู่สามีภรรยาที่ประสบความสำเร็จในเรื่องงานอย่างมาก แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดคือการมีลูกครับ หลังจากพยายามกันมาหลายวิธีพวกเขาก็จำต้องหาแม่อุ้มบุญมาอุ้มท้องลูกให้ และแอนนา วอลช์ (Jaz Sinclair) ก็ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เธอดูสดใส จริงใจ จนจอห์นและลอร่าเชื่อว่าพวกเขาเลือกคนไม่ผิด… แต่เปล่าครับ งานนี้พวกเขาเลือกผิดอย่างแรง
หนังมาแนว Candyman ยุคอินเตอร์เน็ตครับ ประมาณว่ามีคำร่ำลือเกี่ยวกับเพลงบทหนึ่งที่ว่ากันว่าหากใครร้องจนจบจะทำให้ผู้นั้นต้องพบกับชายหลังงอ (The Crooked Man) แล้วก็ตามสูตรครับ มีเด็กกลุ่มหนึ่งลองเล่น พอเล่นแล้วเป็นไงล่ะครับ – ผีก็มาไง – ส่งผลให้เด็กไปหนึ่งคน แต่เนื่องจากหลักฐานแวดล้อมในตอนนั้นทำให้ทุกคนเข้าใจไปว่าโอลิเวีย ชอว์ เด็กคนหนึ่งในกลุ่มเป็นคนลงมือ
สารคดีที่พาเราเข้าไปสัมผัสกับตลาดปลาสึคิจิที่ผมเชื่อว่าคนรักญี่ปุ่นหรือคออาหารญี่ปุ่นน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง
สำหรับผมนั้น ผมชอบ 2 ปีแรกของ The Flash มากอยู่ครับ ซึ่งผมเคยถามตัวเองเหมือนกันว่าซีรี่ส์ The Flash สนุกยังไง คำตอบที่ได้ก็ออกจะกำปั้นทุนดินอยู่ในทีครับ เพราะผมชอบเนื่องจากซีรี่ส์มันเป็นอะไรที่ “โคตรจะ Flash” ครับ (555)
หลังจาก CSI หมดอายุขัยลงไปตามกาลเวลาแล้ว ผมก็แอบมีคำถามล่ะครับว่าผู้อำนวยการสร้าง Jerry Bruckheimer จะสร้างซีรี่ส์ชุดใหม่ออกมาอีกไหม แล้วผลที่ได้ก็คือเรื่องนี้ครับ
ภาคแยกของ Star wars ครับ (ซึ่งเดี๋ยวคงมีตามออกมาอีก) ถ้าถามว่าสนุกไหม น่าดูไหม ก็ตอบสั้นๆ ตรงนี้เลยว่า หากคุณเป็นแฟน Star Wars หรือชอบหนังแนวไซไฟ ผจญภัยในอวกาศล่ะก็ ดูได้เลยครับ ไม่น่าจะผิดหวังกันล่ะ
Cold War ภาคแรก ถือเป็นหนังจีนฮ่องกงแนวเฉือนคมที่ทำออกมาได้เข้มข้นครับ แม้จะไม่ถึงขั้น Infernal Affair แต่ก็ถือว่าทำได้สนุกแบบที่พบได้ไม่บ่อยสำหรับหนังฮ่องกงและหนังจีนยุคหลังๆ (ที่ดูจะเน้น CG ซะจนล้น)
ปีนี้เป็นปีแห่งหนังภาคต่อข้ามทศวรรษครับ ตอนแรกนึกว่า Zoolander กับ My Sassy Girl มีภาคต่อที่ห่างจากภาคที่แล้ว 15 ปี ผมว่าก็นานแล้วนะ แต่เจอเรื่องนี้แซงขาดไปเลยครับ
อารมณ์ตอนดู Finding Dory นี่เหมือนกับดู The Dark Knight หรือ Star Trek เลยครับ คือมันเดินเรื่องแบบห้อตะบึงควบไปข้างหน้าชนิดที่แทบจะไม่มีนาทีให้หยุดหายใจกันเลย