ป้ายกำกับ: 2016

The Boss (2016) บอสซี่ บอสซ่า

หนังฮาตามสไตล์เจ๊ Melissa McCarthy ครับ เรื่องนี้เจ๊เขารับบท มิเชลล์ ดาร์เนลล์ เด็กกำพร้าที่พอถูกรับไปเลี้ยงที่บ้านไหน บ้านนั้นก็เลี้ยงเธอได้แค่ไม่นาน จนเธอไม่สนคำว่า “ครอบครัว” อีกต่อไป และหันมาก่อร่างสร้างตัว ทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล

The Trust (2016) คู่ปล้นตำรวจแสบ

บอกตรงๆ ว่าก่อนจะดูหนังเรื่องนี้ผมพยายามสะกดจิตตัวเองอยู่พอสมควรนะครับ พยายามบอกตัวเองว่าหนังที่พี่ Nicolas Cage นำแสดง แล้วมีฉากหลังเป็นเมืองลาสเวกัสน่ะ มักจะออกมาเวิร์ก ไม่มากก็น้อย (พยายามน่าดูเลยแฮะ 555)

Race (2016) ต้องกล้าวิ่ง

อีกหนึ่งหนังแนวสร้างแรงบันดาลใจที่สร้างจากเรื่องจริงของ เจสซี่ โอเว่น นักวิ่งผิวสีที่เดินทางไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1936 ที่จัดในในประเทศเยอรมนี อันเป็นยุคสมัยที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์และพรรคนาซีกำลังเรืองอำนาจ

Nick off Duty (2016) ปฏิบัติการล่าข้ามโลก

นิค ชิลเลอร์ (Nick Tschiller) คือตำรวจมือพระกาฬที่ไขคดีมานักต่อนักครับ แต่แล้วเขาก็ต้องเสียภรรยาไปด้วยฝีมือของมาเฟียจอมโหดชาวตรุกี และลูกสาวของนิคก็ทราบความจริงเรื่องนี้เข้า เธอเลยเดินทางไปอิสตันบูลเพื่อแก้แค้นด้วยตนเอง

Into the Inferno (2016) สู่ไฟนรกโลกันตร์

สารคดีของ Werner Herzog คนทำหนังสารคดีระดับตำนานอีกคนของวงการครับ และครั้งนี้เขามาจับประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของภูเขาไฟ นำมาถ่ายทอดให้หลายๆ แง่มุม

Tallulah (2016) ทาลูลาห์

ผมชอบคำโปรยบนโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้มากๆ ครับ “Life can be a Real Mother” ถือเป็นคำที่สรุปสาระสำคัญของหนังได้อย่างครบถ้วนทีเดียวครับ “ชีวิต อาจเป็นแม่จริงๆ ของเราก็ได้” ^_^

Don’t Knock Twice (2016) เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน

ต้องยอมรับนะครับว่าตลาดหนังสยองขวัญเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมีคนสร้างหนังเลือกทำหนังแนวนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะมีผู้ชมกลุ่มที่รอดูอยู่แล้วไม่ว่ามันจะเห่ยหรือดีแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยเข้าโรงแล้วไม่ได้เงิน แต่พอไปออกแผ่นเดี๋ยวก็ได้ทุนคืนเอง

Collateral Beauty (2016) โอกาสใหม่หนสอง

จริงๆ หนังเรื่องนี้ควรจะเข้าทางผมอย่างแรงเลยล่ะครับ เหตุผลก็เพราะ ข้อ 1) เป็นหนังว่าด้วยการค้นหาความหมายชีวิต ข้อ 2) หนังมีฉากหลังเป็นช่วงคริสต์มาส หนึ่งในช่วงที่บรรยากาศอบอุ่นกรุ่นหอมที่สุดแห่งปี และ 3) หนังรวมดารายอดฝีมือระดับตัวพ่อตัวแม่เต็มจอไปหมด

Wolves at the Door (2016) เคาะประตูฆ่า

การเขียนถึงหนังเรื่องนี้จะว่ายากก็ยากครับ เพราะมันก้ำกึ่งระหว่างสปอยล์กับไม่สปอยล์ เพราะบางประเด็นหากผมพูดไป ก็เหมือนผมสปอยล์เรื่องราวไป ดังนั้นผมติดป้ายไว้ตรงนี้ก่อนเลยดีกว่าว่าเป็น **บทความสปอยล์** ตามนั้นนะครับ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย (โดยเฉพาะผม ^_^)

Blue Jay (2016) บลูเจย์

ดูไปดูมาหนังเรื่องนี้ทำเอาผมน้ำตาไหลครับ ไม่นึกเหมือนกันว่ามันจะทำให้เราน้ำตาหยดได้ คือไม่ถึงกับไหลพรากๆ น่ะนะครับ แต่มันเหมือนเราอินอยู่ลึกๆ แล้วพอถึงนาทีตอนท้ายๆ ที่ตัวละครเริ่มน้ำตาไหล เราก็ไหลไปกับพวกเขาด้วย