สิ่งหนึ่งที่รู้สึกในการดูหนังจีนยุคหลังๆ คือส่วนใหญ่หนังจะออกมาเน้น Effect หรือไม่ก็ CG ครับ ในขณะที่เนื้อเรื่องก็ลดความเข้มข้นลงเรื่อยๆ หรือในแง่ความมันส์ก็อาจจะไม่โดนใจคนรุ่นผมที่ชอบการซัดกันแบบสมจริงมากกว่าจะลุยกันแบบเป็น CG
สิ่งหนึ่งที่รู้สึกในการดูหนังจีนยุคหลังๆ คือส่วนใหญ่หนังจะออกมาเน้น Effect หรือไม่ก็ CG ครับ ในขณะที่เนื้อเรื่องก็ลดความเข้มข้นลงเรื่อยๆ หรือในแง่ความมันส์ก็อาจจะไม่โดนใจคนรุ่นผมที่ชอบการซัดกันแบบสมจริงมากกว่าจะลุยกันแบบเป็น CG
ลองว่าเป็นหนังผีแนวรวมเรื่องสั้นแบบนี้ ผมก็พร้อมจะตามไปดูครับไม่ว่าจะของประเทศใดก็เถอะ (แม้หลังๆ หลายเรื่องที่ได้ดู จะทำให้รู้สึกเสียดายเวลาอยู่บ้างก็ตาม)
หยิบอาม่ามาดูด้วยหัวโล่งๆ เลยครับ คือไม่คาดหวังอะไรอยู่แล้วเพราะหนังโดนถล่มตั้งแต่เข้าโรง และเอาเข้าจริงพอดูตัวอย่างก็ไม่คิดว่าหนังจะน่าสนใจอะไรมากมาย
สิ่งแรกที่อยากจะบอกคือ กะไว้แล้วครับว่าพอดูจนจบนะ ยังไงมันก็จะต้องจบแบบปลายเปิด ทิ้งเชื้ออะไรสักอย่างไว้เผื่อทำตอนต่ออีกอยู่ดี แม้ชื่อจะบอกว่า The Final Chapter แค่ไหนก็เถอะ
สำหรับผมแล้ว จุดเด่นของหนังชุด Kung Fu Panda คือภาพสวยๆ ของธรรมชาติแบบย้อนยุคแล้วก็เจือกลิ่นอายลายเส้นอันเปี่ยมเสน่ห์ของจีนน่ะครับ
ตอนแรกผมว่าจะเขียนไม่ยาวนะ แต่ไปๆ มาๆ อินเนอร์มันมาอีกแล้ว ล่อซะยาวเลย ดังนั้นหากใครไม่อยากอ่านของยาวขอแนะนำให้อ่านแค่ย่อหน้าถัดไปก็พอครับ
ไม่รู้ตอนนี้ยังมีใครคิดถึง Rachael Leigh Cook อยู่หรือเปล่านะครับ แต่ถ้าเป็นเมื่อ 17 ปีก่อนล่ะก็ เชื่อว่าวัยรุ่น (ณ ตอนนั้น) คงจำได้ว่าเธอแสดงได้น่ารักแค่ไหนใน She’s All That
ภาคต่อของ Crouching Tiger, Hidden Dragon ที่หนนี้ทำลง Netflix ครับ และคนมารับหน้าที่กำกับก็คือหยวนหวู่ปิง ผู้กำกับคิวบู๊ระดับตำนานที่อยู่เบื้องหลังหนังอย่าง The Matrix, Kill Bill และ Kung Fu Hustle รวมถึงหนังบู๊ฮ่องกงอีกเพียบ
ตามกฎธรรมดาของธรรมชาติ โดดสูงแค่ไหน ยังไงก็ต้องตกลงมา
ภาค 6 ของหนังชุดนี้ครับ หนนี้ แบรนดอน เบ็คเกตต์ (Chad Michael Collins) และมิลเลอร์ (Billy Zane) ได้รับมอบหมายจากท่านผู้พัน (Dennis Haysbert) บอสของพวกเขาให้ยกทีมไปช่วยป้องกันการสร้างท่อน้ำมันทรานจอร์เจี้ยน แต่แล้วในปฏิบัติการครั้งนี้ฝ่ายของเบ็คเกตต์มีการบาดเจ็บล้มตาย โดยผู้ลงมือสังหารก็คือสไนเปอร์ไร้เงาที่รู้ตำแหน่งของพวกเขาอย่างแม่นยำ ทำให้เบ็คเกตต์ต้องหาคำตอบว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น