พูดแบบไม่อ้อมค้อมครับว่าใครไม่ชอบหนังที่เดินเรื่องช้าแบบกินบรรยากาศไปเรื่อยๆ และไม่มีจุดเร่งเร้าที่ชัดเจนแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้อาจเข้าข่ายน่าเบื่อสำหรับท่านได้ครับ
พูดแบบไม่อ้อมค้อมครับว่าใครไม่ชอบหนังที่เดินเรื่องช้าแบบกินบรรยากาศไปเรื่อยๆ และไม่มีจุดเร่งเร้าที่ชัดเจนแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้อาจเข้าข่ายน่าเบื่อสำหรับท่านได้ครับ
แม้หน้าหนัง Ex Machina จะว่าด้วยเรื่องของหุ่นยนต์ และพล็อตว่าด้วยคนมาเฝ้าสังเกตทดสอบพฤติกรรมของหุ่นยนต์ แต่เอาเข้าจริงแกนหลักของหนัง คือการสะท้อนความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ของมนุษย์
หนังเรื่องนี้ดีจริงเจ๋งจริงครับ ไม่ต้องอ่านรีวิวจากที่ไหนทั้งสิ้น อยากแนะนำให้ดูได้เลยครับ
รู้สึกจะเป็นหนังที่มีคนดูแล้วเสียงแตกแบบชัดเจนครับ ที่ชอบก็มีบ้าง ที่ไม่ชอบเลยก็มากอยู่ ส่วนผมอยู่โซนกลางๆ แบบกระเดียดไปทางชอบครับ
คนทำหนังเรื่องนี้ก็ช่างคิดเหลือหลายครับ พล็อตเรื่องมันน่าสนใจมาก การเดินเรื่องเอาเข้าจริงๆ มันไม่ได้หวือหวา แต่มันมีอะไรชวนให้ติดตามตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ
อำนาจคือสิ่งยวนใจที่ดูเหมือนจะยากต่อการต่อต้าน ยิ่งใครมีโอกาสได้มีอำนาจในมือแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้ใจตนควบคุมอำนาจที่ว่านั้น และคนส่วนใหญ่ที่มีอำนาจ ก็มักจะเป็นฝ่ายที่ถูกอำนาจควบคุมบงการเสียแทน
ไม่ได้ดูหนังแนวจิตวิทยาผสมระทึกขวัญที่เข้าท่าแบบนี้มานานพอสมควรครับ จริงๆ หนังแนวนี้มีออกมาเยอะ (โดยเฉพาะหนังทีวีหรือหนังแผ่น) เพียงแต่ความสนุกหรือความน่าสนใจอาจจะไม่มากเท่าไรน่ะครับ จนมาเจอเรื่องนี้ที่ถือว่าน่าพอใจเลยล่ะ
ทุกวันนี้ผมยังคิดถึง Anton Yelchin เป็นพักๆ ครับ เขาถือเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีฝีมือมากๆ คนหนึ่ง และอาจจะเพราะหนังที่เขาแสดงส่วนใหญ่นั้นจะออกมาดี (อย่างน้อยก็ถูกใจผม) เลยทำให้ยังคิดถึงมากขึ้นไปอีก
สรุปว่า 4 = 1 > 5 > 3 > 2 ครับ
ไม่ได้ใบ้หวย แต่นั่นคือลำดับความชอบของหนังชุด Mission: Impossible เรียงจากมากสุดลงไปครับ
เรื่องนี้ถือว่ามาทางเดียวกับ Knight of Cups ครับ ว่าด้วยชายผู้สับสนและหลงทาง หลังเกิดวิกฤติบางอย่างในชีวิตและจิตใจ ตัวหนังก็จะออกแนวสับสนและรอการค้นหาอยู่หน่อยๆ