Just Like Heaven ทำให้ผมนึกย้อนไปสมัยที่หนังโรแมนติกยังมีให้เราดูในโรงอยู่เรื่อยๆ ครับ ช่วงนั้นมาแทบทุกเดือน สนุกมากสนุกน้อยก็ว่ากันไป แต่ส่วนใหญ่จะค่อนข้างโอเค ดูแล้วได้รอยยิ้มและความสุข
Just Like Heaven ทำให้ผมนึกย้อนไปสมัยที่หนังโรแมนติกยังมีให้เราดูในโรงอยู่เรื่อยๆ ครับ ช่วงนั้นมาแทบทุกเดือน สนุกมากสนุกน้อยก็ว่ากันไป แต่ส่วนใหญ่จะค่อนข้างโอเค ดูแล้วได้รอยยิ้มและความสุข
ถ้าจะนิยามว่า Little Manhattan คือแฟนฉันฉบับอเมริกันก็คงไม่ผิดอะไรครับ เพราะโครงเรื่องน่ะมาทางเดียวกันเลย และที่สำคัญคือดูจบแล้วได้ความรู้สึกดีๆ ติดหัวกลับมาด้วย
เลสลี่ (Denise Crosby) คุณแม่ลูกสองที่เพิ่งเสียสามีไปได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองใหม่ครับ ที่อยู่ใหม่ของครอบครัวนี้ก็คือสถานเก็บศพ และเลสลี่ก็ทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อ
สำหรับผม 24 ปี 5 นี้เปิดตัวได้ “ช็อค” ที่สุดยิ่งกว่าปีไหนๆ หรือแม้แต่ปีต่อจากนี้ก็ยังไม่ออกตัวแรงขนาดนี้
ปีนี้แจ๊ค บาวเออร์ (Kiefer Sutherland) พระเอกของเรา กำลังมีชีวิตที่ทำท่าว่าจะไปได้สวยครับ เขาได้พบรักกับออเดรย์ (Kim Raver) ลูกสาวคนสวยของท่านรัฐมนตรี เจมส์ เฮลเลอร์ (William Devane) แต่แล้วเรื่องก็เกิดวุ่นวายอีกจนได้ เมื่อมีคนวางแผนจับตัวทั้งออเดรย์และพ่อของเธอไป แจ๊คก็เลยต้องโดดเข้ามาปฏิบัติการแข่งกับเวลาอีกครั้ง ซึ่งก็ตามสูตรของซีรี่ส์ชุดนี้ล่ะครับ ว่าเรื่องราวมันต้องซับซ้อนมากกว่าที่ตาเห็นแน่นอน
ถ้าว่ากันตามลำดับแล้ว นี่คือ Bloodfist ภาคที่ 9 ครับ แต่ก็อย่างที่ทราบดีคือแต่ละภาคมันไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว แต่ละภาคก็มีเนื้อเรื่องของตัวเอง และสำหรับภาคนี้ก็ถือเป็นภาคแรกและภาคเดียวที่พี่ Don ‘The Dragon’ Wilson ไม่ได้มาแสดง
หนังบู๊ว่าด้วยเรื่องการขับเคี่ยวระหว่างตำรวจกับเจ้าพ่อระดับบิ๊กที่ไม่เคยมีใครเอาผิดเขาได้ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเจ้าพ่อคนนี้ทำสิ่งเลวร้ายมาแค่ไหนก็เถอะ
เนื้อเรื่องผมว่าก็น่าจะรู้คร่าวๆ แล้วนะครับ จริงๆ ผมว่าไปดูเองแล้วค่อยๆ ซึมซับจะดีกว่า เพราะมันมีผลทางอารมณ์หาใช่น้อยไม่
เล่าแบบเหมาๆ อีกเรื่องครับ กับซีรี่ส์แนวสืบสวนที่ผมเพิ่งมาติดแบบจริงๆ จังๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง
ด้วยความติดลมในหนังชุด Doctor Who นะครับ เลยขอร่ายรีวิวของซีรี่ส์ชุดนี้แบบจัดเต็มครบเครื่อง นั่นคือนอกจากจะรีวิวรายปีแล้วยังจะมีรีวิวตอนพิเศษพร้อมบอกลำดับว่ามันแทรกอยู่ช่วงไหนของปีไหน เพื่อที่แฟนๆ หนังชุดนี้จะได้เรียงลำดับแล้วหามาดูแบบครบถ้วนน่ะนะครับ