หนึ่งในหนังแนวแม่สาวผิวเข้มทะลวงแค้นที่ถูกสร้างขึ้นมาในยุค 70 สมัยที่กระแส Blaxploitation (หนังที่นำแสดงโดยคนผิวสี) กำลังมาแรงครับ ตัวเอกของเรื่องคือ ฟ็อกซี่ บราวน์ (Pam Grier) สาวสุดแกร่งที่ตั้งใจเปิดศึกกับแก๊งมาเฟียที่อยู่เบื้องหลังการตายของแฟนเธอ
หนึ่งในหนังแนวแม่สาวผิวเข้มทะลวงแค้นที่ถูกสร้างขึ้นมาในยุค 70 สมัยที่กระแส Blaxploitation (หนังที่นำแสดงโดยคนผิวสี) กำลังมาแรงครับ ตัวเอกของเรื่องคือ ฟ็อกซี่ บราวน์ (Pam Grier) สาวสุดแกร่งที่ตั้งใจเปิดศึกกับแก๊งมาเฟียที่อยู่เบื้องหลังการตายของแฟนเธอ
บิลลี่ “เฮอร์ริเคน” สมิธ (Carl Weathers) คนงานบริษัทน้ำมันต้องพบกับข่าวร้าย เมื่อแม่ของเขาเสียชีวิตและน้องสาวที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียยังหายตัวไปอีก เขาเลยเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อตามหาน้องครับ แล้วมันก็นำเขาไปเจอกับแก๊งค้ายาสุดโหด ซึ่งเขาก็ต้องชนกับพวกนั้นตามสูตรครับ
ทำไมโปสเตอร์ของ Split ต้องเป็นรอยกระจกแตก? ตอนแรกผมไม่เอะใจนะ ก็คิดง่ายๆ ว่าคงเพราะเรื่องมันเกี่ยวกับบุคลิกที่แตกออกเป็น 23 ตัวตนของตัวเอก โปสเตอร์เลยทำเป็นรอยแตกซะ… แต่พอดูจบปุ๊บแล้วมาดูโปสเตอร์ใหม่ ก็ถึงบางอ้อเลยทีนี้
สำหรับผมแล้ว Deadpool คือหนังแนวพระเอกเกรียนที่มีพลังพิเศษออกล่าล้างแค้นแบบสุดซอย มากกว่าจะเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่แบบเดิมๆ (หรือหากจะมองว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่แนวใหม่ก็ได้เหมือนกันครับ แล้วแต่จะมอง)
เหตุผลประการสำคัญที่นำพาผมให้มาดูเรื่องนี้ก็เพราะหนังกำกับโดย Brian Yuzna แห่ง Bride of Re-Animator, Beyond Re-Animator แล้วก็ The Dentist ทั้ง 2 ภาคครับ
ไซอิ๋วภาคนี้นี่กลายเป็นภาคที่ผมชอบที่สุดในบรรดา 3 ภาคที่สร้างกันมาครับ ยอมรับว่าคาดไม่ถึงเหมือนกัน ตอนแรกผมคิดว่าตัวเองน่าจะเฉยๆ นะ เพราะจำได้เลยว่าตอนดูไซอิ๋วฉบับเก่าๆ แล้วพอถึงตอนเมืองแม่ม่ายทีไร ผมจะรู้สึกเฉยๆ กับตอนนี้ทุกที มันรู้สึกเหมือนเป็นตอนเบาๆ+เอาฮาน่ะครับ ไม่ได้มีปีศาจให้ปราบ พล็อตไม่ได้ซับซ้อน ปมไม่ได้มากมาย สิ่งที่พวกพระถังต้องรับมือก็คือเหล่าสตรีในเมืองลับแลที่มากกฎเยอะกติกา แต่ละคนนี่ออกแนวหญิงเยอะจนบางทีก็อดรำคาญไม่ได้
จุดหนึ่งที่จัดว่าน่าเสียดายในภาคนี้คือการที่ Donnie Yen ไม่กลับมารับบทซุนหงอคง ซึ่งคนที่มารับบทแทนก็คือ กั๊วฟู่เฉิง (ที่ภาคก่อนเล่นเป็นปีศาจกระทิง) ที่แม้ว่าพี่แกจะแสดงได้ดีอยู่ แต่ในแง่แอ็กชันลีลากังฟูแล้ว ยังไงป๋า Donnie ก็พริ้วกว่าครับ
ปัญหาประการหนึ่งของหนังจีนยุค CG คือ ถ้าเรื่องไหนเน้น CG มากๆ ล่ะก็ เนื้อหาและความแน่นของเรื่องมักจะโดนลดบทบาทลงครับ ส่วนจะโดนลดมากจนไม่เหลือเลยหรือยังพอกล้อมแกล้มดูสนุกอยู่บ้าง ก็ต้องแล้วแต่กรณี
เรื่องนี้ดูไปหลายรอบแล้วเหมือนกันครับ ประมาณว่าพอมีอารมณ์อยากดูหนังแนวภัยพิบัติทำลายโลกเมื่อไร ก็ต้องหยิบเรื่องนี้มาดูด้วยทุกทีไป
ตามดูเรื่องนี้ก็เพราะเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องของ Clive Barker เจ้าของเดียวกับที่ผลิตผลงานหนังสยอง (ที่ผมชอบมากๆ) อย่าง Hellraiser นั่นเองครับ โดยเรื่องนี้เขาก็ลงมือกำกับเองด้วย