มันส์กันต่อให้สุดทางครับ ผมนี่เอา John Wick มาดูต่อกัน 4 ภาครวด กะให้กระอักความสะใจกันไปข้างหนึ่งเลย
มันส์กันต่อให้สุดทางครับ ผมนี่เอา John Wick มาดูต่อกัน 4 ภาครวด กะให้กระอักความสะใจกันไปข้างหนึ่งเลย
ดีแลน ฟอร์เรสเตอร์ (Scott Eastwood) อดีตหน่วยรบซีลผู้มีปัญหาทางจิตได้ตัดสินใจแหกทัณฑ์บนไปงานศพน้องชายที่เกาะการ์เดี้ยน แล้วที่นั่นก็ดันมีผู้ร้ายกลุ่มหนึ่งบุกไปจับคนในงานเพื่อตามหาอะไรบางอย่างที่น้องของดีแลนซ่อนไว้ เขาเลยต้องหาทางช่วยผู้คน รวมถึงไขปริศนาว่าน้องชายซ่อนอะไรเอาไว้กันแน่
ผมเคยดูภาคนี้แล้วหนึ่งรอบ แต่ยังไม่เคยเขียนถึง ซึ่งผมก็งงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมยังไม่เขียน จนกระทั่งเอามาดูใหม่ ก็ถึงตระหนักได้ว่าเพราะอะไร
ถ้าให้นิยามคร่าวๆ ผมว่ามันก็คือ A Quiet Place เวอร์ชั่นที่ความตื่นเต้นลุ้นระทึกลดลงมาหน่อย แต่ถ้าดูแบบไม่คิดมาก ผมว่ามันก็เพลินๆ อยู่นะครับ
นักส่งของคนหนึ่ง (Olga Kurylenko) ถูกจ้างให้เอาของไปส่งที่เซฟเฮาส์ซึ่งพอดีว่าที่นั่นมีพยานปากเอก (Amit Shah) ที่สามารถเอาผิดเอซีคีล แมนนิ่งส์ (Gary Oldman) เจ้าพ่อรายเบิ้มของเมือง และพอเธอไปถึงเธอก็พบว่าตัวเองกำลังจะตกเป็นแพะในแผนสังหารพยานคนนี้ เธอเลยลากตัวพยานหนีออกมาเพื่อเคลียร์ตัวเอง รวมถึงส่งพยานไปเอาผิดเจ้าพ่อให้ได้
หนังเก่า 10 กว่าปี แต่ดีกรีความมันส์ยังคงไว้ใจได้เหมือนรอบแรกที่ดู
ว่ากันตามความรู้สึกเลยคือ ภาคนี้ไม่มันส์เท่าไหร่ครับ
บอกก่อนเลยครับว่านี่เป็นหนังแนวซอมบี้ที่มีปริมาณซอมบี้ค่อนข้างน้อย ดังนั้นใครคาดหวังหนังสยองระทึกๆ ที่มีซอมบี้ล้นๆ ลึ่มๆ ล่ะก็ ไม่ใช่เรื่องนี้ครับ
แพม (Naomi Watts) ไปปืนเขากลางหิมะครับ แล้วระหว่างทางเธอก็เจอชายคนหนึ่ง (Billy Howle) หมดสติอยู่ เธอเลยพยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยเขาลงมาให้ได้อย่างปลอดภัย
คู่สามีภรรยา เรย์มอนด์ (Joel Gretsch) และอีฟ (Angie Harmon) สูญเสียลูกชายไปเมื่อหนึ่งปีก่อน แล้วพวกเขาก็ได้กับพี่น้องคู่หนึ่ง แอ๊บบี้ (Jordan Hinson) และอีธาน (Bobby Coleman) ที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่ไป และพวกเขาก็ตัดสินใจรับเลี้ยงเด็กทั้งสองคน