ตอนดูหนังเรื่องนี้จบอารมณ์มันเหมือนเดจาวูครับ มันเหมือนผมเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนแฮะ…
ตอนดูหนังเรื่องนี้จบอารมณ์มันเหมือนเดจาวูครับ มันเหมือนผมเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนแฮะ…
เคลลี่ เรเยส (Melissa Keller) นักวอลเล่ย์บอลชายหาดสาวสวยที่ได้พบเจอกับนักข่าวนามโฮลเดน เกร็ก (Brian Austin Green) โดยเขาอยากสัมภาษณ์พิเศษกับเธอ และไปๆ มาๆ เขาและเธอก็เริ่มชอบกัน
โนแลน เฮย์ส (Paul Walker) ต้องดูแลลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งเกิดในโรงพยาบาล ส่วนคนอื่นๆ ก็อพยพกันไปเนื่องด้วยภัยจากเฮอร์ริเคนแคทรีนา แต่ปัญหาคือไฟในโรงพยาบาลเกิดดับครับ ในขณะที่ลูกสาวของเขาจำเป็นต้องพึ่งพาตู้อบทารกเพื่อพยุงชีพไว้ เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลลูกสาวและหาทางรอดไปจากภัยพิบัติครั้งนี้
การดูหนังเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศหนึ่งเมื่อวันวานขึ้นมาได้ครับ
ตอนแรกว่าจะหาหนังต้นฉบับมาดูก่อนแล้วค่อยเขียน (เรื่องนี้รีเมคมาจากหนังเดนมาร์กครับ) แต่ก็ยังไม่มีเวลาสักทีเลยขอร่ายอันนี้ก่อนแล้วกันนะครับ เพราะคงไม่ยาวมากนัก
ปกติผมจะเล่าเรื่องย่อพอสังเขปน่ะนะครับ แต่กับเรื่องนี้ขอผ่านเลยครับ และอยากจะบอกเลยว่า เรื่องนี้ไม่ต้องดูก็ได้ครับ 5555
หนังกำกับโดย Pierre Morel แห่ง Taken ครับ ตัวพล็อตเรื่องนี้จริงๆ ก็ทำให้นึกถึงเรื่องนั้นเหมือนแฮะ
ภาคต่อแบบลงแผ่นครับ โดยสไตล์เรื่องก็เหมือนภาคแรก คือมีคนโดนจับมาเล่นเกมมรณะที่ตัวเองจะต้องเลือกว่าจะเป็นผู้ล่าหรือผู้ถูกล่า และก็ต้องหาทางเอาตัวรอดเพื่ออยู่เป็นคนสุดท้ายให้ได้
ดูหนัง John Woo ต่อกัน 2 วันติดครับ วันก่อนดู Silent Night มาวันนี้ดู The Killer ฉบับรีเมค ผลลัพธ์ในความรู้สึกก็พอๆ กันครับ นั่นคือออกแนวเฉย และคงดูเพียบรอบเดียว ไม่กลับไปดูซ้ำเหมือนผลงานเก่าๆ ของเขา
คนกลุ่มหนึ่งโดนจับมาร่วมกันแข่งเกมมรณะ ว่าง่ายๆ คือต้องฆ่ากันจนตายหมดครับ ใครรอดมาคนสุดท้ายก็เป็นผู้ชนะ – ก็ถือเป็นสูตรสำเร็จที่คุ้นเคยอยู่ แล้วก็จะนึกถึง Battle Royale ทุกทียามดูหนังแนวนี้