ถือเป็นหนังไซไฟที่น่าสนใจพอดูครับ แต่ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นแนวไซไฟแบบดราม่าแล้วก็ผสมความระทึกขวัญลงไป ไม่ได้เน้นแอ็กชัน แม้จะมีช่วงให้ลุ้นระทึกอยู่พอสมควรก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีฉากบู๊มันส์ๆ อะไรแบบนั้น
ถือเป็นหนังไซไฟที่น่าสนใจพอดูครับ แต่ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นแนวไซไฟแบบดราม่าแล้วก็ผสมความระทึกขวัญลงไป ไม่ได้เน้นแอ็กชัน แม้จะมีช่วงให้ลุ้นระทึกอยู่พอสมควรก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มีฉากบู๊มันส์ๆ อะไรแบบนั้น
เป็นหนังไซไฟฟอร์มเล็กที่ไม่เลวครับ เรื่องของจอห์น (Donny Boaz) ชายหนุ่มที่มีภรรยาน่ารักและชีวิตเป็นสุข แต่แล้วจู่ๆ เขากลับพบว่าตัวเองกลายเป็นร็อคเกอร์หนุ่ม แล้วสักพักเขาก็พบว่าตัวเองไปอยู่ในสถานะอื่นอีก
ภาพหน้าปกนี่เห็นพี่ Danny Trejo ขึ้นนำหน้าสุดประหนึ่งตัวนำ แต่ก็กะแล้วล่ะครับว่าพี่แกไม่ใข่ตัวนำหรอก น่าจะเป็นประมาณบทสมทบ แต่พอดีพี่แกดังสุด เลยได้รับเกียรติให้ไปยืนแถวหน้า กวักมือเรียกผู้ชม
โดราเอมอน ตอน สงครามอวกาศ เป็นอีกตอนที่พี่ม่อนและพรรคพวกต้องยกขบวนไปต่างดาวครับ
ว่าตามจริงแล้ว ตอนผมดู โดราเอมอน ตอน บุกนอกพิภพ รอบแรกผมไม่ถึงกับชอบอะไรนักครับ ครั้นมาดูอีกทีเมื่อโตขึ้น (หลังจากกลายเป็นแฟนหนังอวกาศอย่าง Star Trek เรียบร้อยแล้ว) ความชอบก็ไหลมาทันที
โดราเอมอน ตอน ผจญภัยไดโนเสาร์ คือภาคพิเศษตอนแรกสุดที่สร้างออกมาเมื่อปี 1980 หรือ พ.ศ. 2523 ครับ
หนังเรื่องนี้เงียบมากและวืดอย่างแรงครับ ซึ่งหลังจากลองชมแล้วก็ตระหนักเลยว่าทำไมหนังถึงวืดได้ขนาดนี้ เพราะมันไม่มีอะไรให้ติดตามสักเท่าไรครับ
สิ่งแรกที่ต้องบอกกันคือนี่ไม่ใช่หนังแนวแอ็กชันเอามันส์ประเภทเอเลี่ยนบุกโลกแล้วก่อภัยพิบัติครับ ดังนั้นใครอยากดูเพราะฉากทำลายล้างสะใจๆ ล่ะก็ อย่าลืมลดความคาดหวังไว้ก่อนนะครับ
แม้จะบอกว่าดัดแปลงจากเรื่องสั้นของ Stephen King แต่เอาเข้าจริงหนังที่ออกมานี่ราวๆ 90% นี่ด้นเอาใหม่หมดครับ เพราะเรื่องสั้นจริงๆ ของป๋า King ว่าด้วยคนตัดหญ้าที่ไปทำงานให้กับบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่คนในบ้านจะเจอเรื่องสยองอันเนื่องจากไปเห็นในสิ่งไม่ควรเห็น
ภาคต่อเข้าโรงไปจนจะออกแผ่นแล้วนะครับ ผมว่าจะไปดูแต่ก็พลาดไป ก็ไม่เป็นไรครับ รอดูที่บ้านแล้วกัน