หนังไซไฟว่าด้วยโลกอนาคตที่มีระบบที่ชื่อ GS ถูกประดิษฐ์ขึ้นมา มันเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่มีไว้ป้องกันอาชญากรรมครับ ซึ่งในเบื้องต้นมันก็ลดอาชญากรรมได้จริงๆ นะ แต่ปัญหาคือมีคนค้นพบว่ามันอาจส่งผลข้างเคียงคือสามารถบงการควบคุมจิตใจประชากรได้
หนังไซไฟว่าด้วยโลกอนาคตที่มีระบบที่ชื่อ GS ถูกประดิษฐ์ขึ้นมา มันเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่มีไว้ป้องกันอาชญากรรมครับ ซึ่งในเบื้องต้นมันก็ลดอาชญากรรมได้จริงๆ นะ แต่ปัญหาคือมีคนค้นพบว่ามันอาจส่งผลข้างเคียงคือสามารถบงการควบคุมจิตใจประชากรได้
บอกตรงๆ ว่าพอดูหนังจบ ผมรู้สึกได้เลยว่า “ใจผมมันชำรุด” ครับ เล่นเอานั่งนิ่งที่เก้าอี้ไปพักหนึ่ง ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ใช่เพราะหนังไม่ดีนะ จริงๆ ต้องบอกว่ามันดีจนเรารู้สึก Deep และรู้สึก Down ไปกับมันเลยทีเดียว
พ่อลูกคู่หนึ่ง (Viggo Mortensen และ Kodi Smit-McPhee) เดินท่อมๆ ผจญภัยไปในโลกหลังเกิดวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ จนโลกนี้แทบไร้ชีวิต เหลือแต่ความโหดร้ายและยากเข็ญ… ใช่ครับ นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดของหนัง
เคยพูดถึงภาคแรกและภาค 2 ไปแล้ว แต่ยังไม่เคยพูดถึงภาค 3 สักที ก็ขอเล่าแบบไม่ยาวนะครับ (เล่าเพื่อให้ครบชุดนั่นเอง)
ผมอยากดูเรื่องนี้ตั้งแต่เห็นตัวอย่างครับ มันดูน่าสนใจไม่เลวเลย และอีกอย่างที่แอบเชียร์คืออยากให้น้อง Chloë Grace Moretz มีหนังฮิตจริงๆ จังๆ เป็นของตัวเองสักที
ในเมืองดิลฟอร์ด เป็นเมืองที่มนุษย์, แวมไพร์ และซอมบี้อยู่ด้วยกันแบบสันติครับ แต่แล้วเมื่อเอเลี่ยนบุกโลก ความโกลาหลก็เริ่มต้น ทำให้ 1 มนุษย์ 1 แวมไพร์ และ 1 ซอมบี้ต้องหาทางพิทักษ์เมืองของพวกเขา
ถือเป็นการเอา Elysium มาผสมยำๆ กับ After Earth และซีรี่ส์ The 100 ครับ
หนังจัดว่ามาในแนวซีรี่ส์ Supernatural แต่ทำออกมาแบบเพี้ยนมากมายครับ ซึ่งหนังก็ดัดแปลงจากนิยาย (ที่จัดว่าเพี้ยนมากมายอีกเช่นกัน) ของ David Wong อีกที
มีคนถามว่าผมเคยดูหนังเรื่องนี้ไหม ผมก็ยืดอกตอบด้วยความภาคภูมิครับว่า “ดูแล้วจ้า” (ไม่รู้จะภูมิใจดีไหมนะเนี่ย 555)
ใครคาดหวังหนังสัตว์ประหลาดลุ้นๆ แบบ Cloverfield ภาคแรกต้องปรับความคาดหวังด่วนครับ เพราะแนวมันกลายมาเป็นระทึกขวัญในพื้นที่ปิดตายแทน