ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ สนุกกว่าภาคแรก!
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ สนุกกว่าภาคแรก!
ปกติเขาจะใช้คำว่าพิมพ์นิยมหรืออะไรทำนองนั้นใช้ไหมครับ แต่คราวนี้ขอให้คำนี้เถอะ เพราะมันนิยมแบบอมตะจริงๆ หนังแนวเนี้ย ลองอ่านเนื้อเรื่องสิครับแล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมมันถึงอมตะ
เป็นธรรมเนียมที่ผมจะเอาหนังไซไฟทุนต่ำมาบอกตอกย้ำว่าอย่านะครับ อย่าไปทะลึ่งดูแบบสุ่มสี่สุ่มห้าสุ่มหก เดี๋ยวจะเสียดายเงินตราอันหายากขึ้นมาได้
ผิดปากที่ไหนล่ะครับมันมีตอนต่อจริงๆ
มาสูตรเดียวกับ Halloween และ Friday the 13th เลยครับ
เพิ่งรู้ครับว่าพระเอกเรื่องนี้คือ Tom Hardy หรือพี่เบนแห่ง The Dark Knight Rises กับเรื่องย้อนยุคในสมัยที่การจับคนไปบูชายัญอสูรกายลึกลับที่ชื่อว่าไมโนทอร์ยังคงมีอยู่ แต่ทีนี้ธีโอ (Hardy) ซึ่งต้องสูญเสียคนรักไปจากเหตุการณ์แบบนี้ก็ยังแอบหวังครับ ว่าจริงๆ แล้วอาจไม่มีอสูรตนนี้ และคนรักของเขาอาจเพียงถูกจับไปขังไว้เท่านั้น
เรื่องเกิดในยุคอนาคตครับ เมื่อภาวะโลกร้อนทำให้โลกกลับไปสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้ง มนุษย์ที่เหลือก็ต้องอาศัยอยู่ใต้ดิน ตั้งเป็นอาณานิคมแยกกันไปเป็นจุดๆ
ซาร่าห์ และ เอลลิซ่า (Elisabeth Shue และ Jennifer Lawrence) แม่ลูกคู่หนึ่ง ย้ายบ้านมาอยู่ในชนบทห่างไกล แล้วพวกเธอก็พบว่าบ้านหลังใกล้ๆ นั้นเคยมีประวัติน่าสะพรึงอยู่ครับ นั่นคือ แครี่ แอน (Eva Link) ลูกสาวของคนในบ้านได้ลงมือสังหารพ่อแม่ตายทั้งหมด ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงเด็กสาวคนนั้น และไรอัน (Max Thieriot) พี่ชายของเธอ
แอบหวังในหนังเรื่องนี้ด้วยชื่อของ Wes Craven ที่คราวนี้นอกจากกำกับแล้วยังควบหน้าที่เขียนบทให้หนังตัวเอง ซึ่งเรื่องล่าสุดที่เขาควบ 2 ตำแหน่งนี้ก็คือ Wes Craven’s New Nightmare ภาคสุดท้ายของหนังนิ้วเขมือบฉบับเก่าที่ถือว่าดีรองจากภาคแรก แต่ไปๆ มาๆ ผลที่ได้กลับไม่สมดังหวังสักเท่าไรครับ
หลังดูภาคนี้จบแล้วผมตระหนักได้อย่างหนึ่งครับว่า หนังชุด Saw 7 ภาคแรกนั้นถือเป็นหนังที่มีศิลปะในการนำเสนอ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้หนังชุดนี้มีความแตกต่างจากหนังไล่เชือดและหนังสยองเรื่องอื่นๆ ที่ส่วนมากพอทำออกมาได้ไม่กี่ภาคก็ต้องจบตัวเองลง หรือไม่ก็ทู่ซี้ทำแบบย่ำอยู่กับที่จนกว่ารายได้จะติดตัวแดงกันไป