บอกตรงๆ ว่าผมดีใจมากเลยล่ะครับที่ระยะหลัง Disney กล้าทำหนังสไตล์นี้ออกมามากขึ้น หนังประเภทดูสนุกและอบอุ่น เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดีน่ะครับ ^_^
บอกตรงๆ ว่าผมดีใจมากเลยล่ะครับที่ระยะหลัง Disney กล้าทำหนังสไตล์นี้ออกมามากขึ้น หนังประเภทดูสนุกและอบอุ่น เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดีน่ะครับ ^_^
หนังเบาสมองสำหรับทุกคนในครอบครัวที่ทำออกมาตามกระแสคนรักน้องเหมียวครับ แน่นอนว่าก่อนดูก็แอบเผื่อใจไว้หน่อย แม้ชื่อดารานำอย่าง Kevin Spacey และผู้กำกับ Barry Sonnenfeld (Men In Black) จะทำให้เกิดความคาดหวังเล็กๆ ขึ้นมาก็เถอะ
เว้าซื่อๆ เลยว่านี่กลายเป็นหนังที่ไม่เวิร์กอีกเรื่องของพี่ Keanu Reeves ไปซะแล้ว
กาลเวลาเดินไปข้างหน้าไม่หยุด เช่นเดียวกับความเปลี่ยนแปลงที่เดินไปพร้อมกับกาลเวลาเสมอ
ไปๆ มาๆ เหมือนผมจะตามดูหนังของผู้กำกับ Mike Flanagan ไปหลายเรื่องในช่วงปีที่ผ่านมา และเป็นการดูแบบไม่รู้ตัวน่ะครับ ดูแล้วถึงรู้ว่า “อ๋อ นี่พี่เขากำกับเหรอนี่”
อยากรู้เหมือนกันครับว่าทำไมหนังสัญชาติตุรกีเรื่องนี้ถึงได้เรตคะแนนตั้ง 7.8 ที่ IMDB (จากคนโหวตประมาณ 10,000 คนน่ะครับ) พอได้ดูแล้วก็รู้สึกว่าเป็นหนังที่ดูเพลินดีเหมือนกัน
และนี่คือภาคต่อของ King Arthur นะครับ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าจะมีการทำภาคต่อออกมาเร็วขนาดนี้ 555 ที่พูดไปทั้งหมดนั้นพูดเล่นล้วนๆ ครับ นี่ไม่ได้เป็นภาคต่งภาคต่ออะไรหรอก ไม่ได้เกี่ยวกับ King Arthur ของ Guy Ritchie ทั้งสิ้น
They Found Hell หนังแอ็กชันผจญภัยสยองขวัญจาก Syfy ที่ว่าด้วยวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่อยากทดลองการเคลื่อนย้ายมวลสาร แต่กลับกลายเป็นการเปิดประตูนรกแทน แล้วพวกเขาก็ไปติดอยู่ในนรกนั่นแหละครับ
ไอเดียของหนังเรื่องนี้มันทำให้นึกถึงมุกขำๆ เกี่ยวกับความฝันที่คนฝรั่งชอบเล่ากันน่ะครับ ประมาณว่า “ฉันฝันว่าฉันไปโรงเรียน แล้วจู่ๆ เสื้อผ้าก็หายไป” หรือ “ฉันฝันว่าไปงานแต่งงาน แต่ฉันดันโป๊อยู่” เป็นต้น
สำนวนภาษาอังกฤษที่ผมชอบมากอันหนึ่งคือ put oneself in someone’s shoes แปลตามศัพท์คือ “ใครบางคนลองไปใส่รองเท้าของอีกคน” ซึ่งความหมายก็ประมาณว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือลองไปยืนในมุม/จุดที่คนอื่นเขาอยู่ดู