ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ก็พลันผุดความคิดมากมายหลายอย่างขึ้นในหัว ขนาดดูจบไปพักหนึ่งความคิดที่ว่าก็ยังคงผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากจะให้สรุปองค์ความคิดเหล่านั้นแบบคร่าวๆ ก็คงเป็นว่า “เราน่าจะแก่แล้วจริงๆ” 5555
ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ก็พลันผุดความคิดมากมายหลายอย่างขึ้นในหัว ขนาดดูจบไปพักหนึ่งความคิดที่ว่าก็ยังคงผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากจะให้สรุปองค์ความคิดเหล่านั้นแบบคร่าวๆ ก็คงเป็นว่า “เราน่าจะแก่แล้วจริงๆ” 5555
เห็นหน้าหนังแล้วนึกถึง Diary of a Wimpy Kid ครับ หลายองค์ประกอบมาทางเดียวกันเลย ถ้าให้ว่าตามจริงก็คือแอบหวังน่ะครับว่าหนังจะทำออกมาสนุกและดูได้เพลินๆ แบบนั้น
ครับ ภาคแรกธรรมดา ภาคสองดี ภาคสามเจ๋ง งั้นภาคสี่ก็ต้องเป็นเทพล่ะสิ…. ป่าวคับ ไม่ใช่อย่างงั้นอ้ะ
เผอิญผมซื้อมาครบก็เลยเอามานั่งดูต่อๆ กันไปเลยน่ะนะครับ
บอกตรงๆ ว่าภาคแรกไม่ค่อยสมหวังผมซักเท่าไหร่ในเรื่องความน่ากลัว หรือต่อให้หวังแค่ความบันเทิงก็ไม่ได้สนุกมากมายอยู่ดี ผมเลยไม่ค่อยจะหวังกับหนังชุดนี้อีกแล้ว… แต่ปรากฎว่า … ภาคนี้มันส์กว่าตอนแรกอีกหว่ะเฮ้ย
หนังญี่ปุ่นแนวสยองแบบเด็กๆ เรื่องนี้ผมก็พอจะได้ยินชื่อมาบ้างครับ ได้ข่าวว่าฮิตพอดู จนต้องมีการทำตอนต่อออกมากัน มันก็ชวนชมล่ะครับ เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าหนังญี่ปุ่นแนวสยองอ้ะ มันออกรส ไม่ต้องอื่นไกลเลยครับ คู่หูคู่ฮานี่แหละ ขนาดเป็นหนังฮานะ แต่พอเป็นตอนที่คู่หูไปอยู่ในบ้านผีสิง มันก็น่ากลัวเอาการนะครับ ดังนั้นพอได้ทีผมก็เลยต้องหามาดูจนได้
ดูแบบเพลินๆ… ดูแบบเพลินๆ… ดูแบบเพลินๆ
เชื่อไหมครับว่าหนังว่าด้วยชายต๊องๆ คนหนึ่ง เดินทางครึ่งประเทศเพื่อตามหาจักรยานสุดรักของตัวเองน่ะ จะกลายเป็นหนังสนุกและแจ้งเกิดให้ผู้กำกับคนหนึ่งของวงการฮอลลีวู้ดได้
ในคราวแรกผมหยิบหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดูโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันนักครับ รู้แค่ 2 อย่าง คือหนังว่าด้วยวันคริสต์มาส ซึ่งผมชอบหนังที่มีเทศกาลนี้เป็นฉากหลังอยู่แล้ว และอีกอย่างคือมี Peter O’Toole ดาราคนโปรดของผมร่วมแสดงด้วย
ชื่อเรื่องผมว่าน่าสนใจนะครับ มันสะดุดใจผมแต่แรกทีเดียว “วันคริสต์มาส ในเดือนพฤศจิกายน” งั้นหรือ? แสดงว่ามันต้องมีเหตุอะไรสักอย่างให้เป็นเช่นนั้น คำถามคือมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?