Bedtime Stories หนังแฟนตาซีน่ารักดูสนุกสไตล์ Adam Sandler โดยพี่ท่านมารับบท สกีตเตอร์ บรอนสัน ช่างซ่อมบำรุงประจำโรงแรม (ที่จริงๆ แล้วที่ดินผืนนั้นเคยเป็นของพ่อเขา)
Bedtime Stories หนังแฟนตาซีน่ารักดูสนุกสไตล์ Adam Sandler โดยพี่ท่านมารับบท สกีตเตอร์ บรอนสัน ช่างซ่อมบำรุงประจำโรงแรม (ที่จริงๆ แล้วที่ดินผืนนั้นเคยเป็นของพ่อเขา)
วิลลี่ วาฬเพชฌฆาตขวัญใจผู้ชมกลับมาอีกครั้งครับ พร้อมเพื่อนเก่าอย่าง เจสซี่ (Jason James Richter) ที่ในภาคนี้อายุได้ 16 ปีแล้ว และเขาก็ทำงานเป็นทีมวิจัยเกี่ยวกับวาฬเพชฌฆาตร่วมกับแรนดอล์ฟ (August Schellenberg) เพื่อนต่างวัยชาวอินเดียนแดงที่คอยช่วยเหลือเขามาตลอด
การผจญภัยครั้งใหม่ของเจสซี่ (Jason James Richter) หนุ่มน้อยที่มีเพื่อนเป็นวาฬเพชฌฆาตแสนรู้นามว่า วิลลี่
เจสซี่ (Jason James Richter) คือหนุ่มน้อยที่ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ส่วนแม่ก็หนีหายไปโดยไม่ร่ำลา เพื่อนที่เขามีก็เป็นเด็กกวนเมืองที่ก่อเรื่องเป็นประจำ ยังดีที่เขามีนักสังคมสงเคราะห์อย่าง ดไวท์ (Mykelti Williamson) คอยช่วยเหลือและจัดหาครอบครัวให้ โดยเจสซี่ได้ไปอยู่กับเกลน (Michael Madsen) กับ แอนนี่ กรีนวู๊ด (Jayne Atkinson) ที่กำลังอยากได้บุตรบุญธรรมสักคนอยู่พอดี
จิล ยัง (Charlize Theron) สูญเสียแม่ไปตั้งแต่เธอยังเล็กๆ ครับ เช่นเดียวกับ โจ กอริลล่าขนาดยักษ์ที่ต้องเสียแม่ไปเมื่อมันยังเด็กเช่นกัน ทั้งสองเลยอยู่ร่วมกันเหมือนพี่น้องในป่าเขาลำเนาไพร
ตอนแรกเฉยๆ กับเรื่องนี้ครับ แต่พอดูแล้วรู้สึก “สุข” ยังไงก็ไม่รู้
หลังจากผมเขียนถึงหนังชุด Herbie ของเก่าไป 4 ภาคแล้ว ก็เพิ่งนึกได้ว่าลืมเขียนถึงภาคใหม่ล่าสุดนีัไปเลย จึงขอแวะมาร่ายสั้นๆ ตามระเบียบเพื่อให้ครบถ้วนครับ
และนี่คือภาคต่อตอนที่ 4 ของหนังชุดรถมหาสนุก เฮอร์บี้ ซึ่งเป็นตอนที่ได้รับความนิยมน้อยสุดๆ จนหนังชุดนี้มีอันต้องหยุดสร้างไปน่ะนะครับ
หลังจากภาคแรก (The Love Bug) ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ทำเงินติดอันดับ Top 3 ประจำปี ทาง Walt Disney ก็สานทำภาคต่อออกมาครับ โดยยังได้ Robert Stevenson ผู้กำกับจากภาคแรกมาทำหน้าที่เดิม แต่จะมีการเปลี่ยนตัวละครหลักใหม่หมด
เชื่อว่าคอหนังอายุ 30 อัพน่าจะคุ้นชื่อ “เฮอร์บี้” กันไม่มากก็น้อยนะครับ เรียกว่าเป็นหนังเบาสมองระดับตำนานอีกเรื่องเลยล่ะครับ