รู้สึกว่าระยะหลังๆ นี้ Tobey Maguire มักจะเล่นบทแนวคนเก็บกดอะไรสักอย่าง แล้วก็มีฉากให้แหกปากระเบิดอารมณ์อยู่บ่อยๆ ครับ (เพราะลอง Search ภาพหนังใหม่ๆ ของเขาทีไรต้องมีคนแคปภาพตอนพี่แกแหกปากมาลงทุกที ^_^)
รู้สึกว่าระยะหลังๆ นี้ Tobey Maguire มักจะเล่นบทแนวคนเก็บกดอะไรสักอย่าง แล้วก็มีฉากให้แหกปากระเบิดอารมณ์อยู่บ่อยๆ ครับ (เพราะลอง Search ภาพหนังใหม่ๆ ของเขาทีไรต้องมีคนแคปภาพตอนพี่แกแหกปากมาลงทุกที ^_^)
ถ้าถามว่าระยะหลังๆ มานี้ผมจดจ่อติดตามผลงานของผู้กำกับคนไหน ก็ตอบได้เลยว่าคนที่มาเป็นอันดับต้นๆ คือ Nancy Meyers
ที่เขาว่ากันว่า “ความคิดมีผลต่อทิศทางของชีวิตเรา” นั้น ถือว่าจริงไม่ใช่น้อยเลยครับ
อารมณ์ของหนังถือว่าผสมๆ กันระหว่าง The Count of Monte Cristo และ The Lone Ranger ครับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่สามารถเทียบหนังเหล่านี้ได้เลย
หลังจาก Cell ทำให้ผมเซ็งชีวิตไปพอประมาณแล้ว ก็ขอหาหนังมาฟื้นฟูศรัทธาด้านความสยองตื่นเต้นสักเรื่องน่ะนะครับ แล้วผมก็เลือกเรื่องนี้ครับ เพราะกระแสถือว่าสวยมากทีเดียว
หน้าหนังจริงๆ น่าดูอยู่ไม่น้อยครับ กับการจับเอาเรื่องราวของ เกอร์ทรูด เบลล์ หญิงแกร่งที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ เธอคือหญิงสาวที่เลือกจะใช้ชีวิตเป็นนักสำรวจ จนทำให้เธอกลายเป็นผู้สร้างแผนที่ที่ขีดเส้นพรมแดนระหว่างจอร์แดนและอิรัก
จริงๆ หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นอะไรที่เข้าทางผมมากเลยครับ เพราะเป็นหนังดราม่าที่จับเอาช่วงเวลาหนึ่งของคนมาบอกเล่า ซึ่งหนังสไตล์นี้ที่ผมชอบก็ยกให้ American Graffiti, Stand By Me และหนังตระกูล Before Sunrise ทั้งหลาย
บนเวทีแจกรางวัลออสการ์ประจำปี 1973 มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือเป็นปีที่มีหนังที่ได้รางวัลออสการ์ไปถึง 8 ตัว ซึ่งถือว่ามากที่สุดในปีนั้น แต่หนังเรื่องที่ว่าไม่ได้รางวัลในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม… ใช่ครับ เรากำลังพูดถึงหนังเรื่องนั้นกันอยู่
คู่กรรมฉบับนี้มีกระแสแง่ลบเกิดขึ้นจนน่าตกใจ โดยผมเองก็ไม่ได้ไปพิสูจน์ในโรงครับ ต้องรอออกแผ่นแล้วค่อยว่ากัน (เป็นไปได้ว่ารีวิวนี้จะสปอยล์ครับ ดังนั้นถ้าไม่อยากทราบข้ามไปอ่านดาวสรุปได้นะครับ)
ได้ข่าวเหมือนกันครับว่าหนังเล็กๆ เรื่องนี้มีดีไม่น้อย ก็เลยขอลองสักหน่อย