ผมชอบคำโปรยของหนังนะครับ “เพื่อรับงานนี้เขาต้องบ้าพอ แต่เพื่ออยู่รอดในตำแหน่งนี้เขาต้องบ้ายิ่งกว่า” ก็ตรงกับเรื่องราวดีครับ
ผมชอบคำโปรยของหนังนะครับ “เพื่อรับงานนี้เขาต้องบ้าพอ แต่เพื่ออยู่รอดในตำแหน่งนี้เขาต้องบ้ายิ่งกว่า” ก็ตรงกับเรื่องราวดีครับ
ชี้แจงก่อนนะครับ อย่าแปลกใจที่ผมเอาชื่อไทยขึ้นหน้า แล้วเอาชื่อฝรั่งตามหลัง เป็นธรรมเนียมส่วนตัวของผมเองครับว่าถ้าเขียนหนังฝรั่ง ก็จะเอาชื่อฝรั่งนำ แต่ถ้าเขียนหนังเอเซียหรือหนังไทยก็จะเอาชื่อไทยมาใส่นำหน้า เพราะคนเราจะจำชื่อไทยได้แม่นกว่าชื่อฝรั่งครับ
Mad City คือหนึ่งในหนังล่มของค่าย Warner Bros. (ร่วมรุ่นกับ The Postman ของ Kevin Costner) แต่ผมดูแล้วรู้สึกชอบครับ ชอบประเด็นง่ายๆ ตรงๆ ที่หนังสื่อ
อเล็กซ์ เมอร์ฟี่ย์ (Joel Kinnaman) นายตำรวจมือดีที่ประสบเหตุลอบฆ่าจนอาการปางตาย แต่แล้วเขาก็ถูกนำตัวไปสร้างเป็นตำรวจเหล็กนามว่า โรโบคอป มีหน้าที่คอยออกปราบเหล่าร้ายให้หมดสิ้น
หนังขาวดำแนวอาชญากรรมระทึกขวัญครับ เมื่อมีชายเสียสติ (Tod Slaughter) ทำการฆ่าเซอร์พาร์ซิวัล ไกลด์อย่างโหดเหี้ยมและสวมรอยเป็นเซอร์พาร์ซิวัลกลับมายังคฤหาสน์ในแบล็ควอเธอร์ พาร์คเพื่อครอบครองสมบัติและทุกสิ่ง แต่เขากลับพบว่ายังมีกองหนี้มหึมารอให้เขากลับไปสะสางครับ นั่นทำให้เขาต้องวางแผนหาทางออกเพื่อให้ตัวเองได้ครอบครองทุกอย่างสืบไป รวมทั้งต้องฆ่าทุกคนที่รู้ความลับหรือเข้ามาขวางทางสบายของเขาด้วย
หลายปีก่อนที่ Sam Raimi จะมากำกับไตรภาค Spider-Man เขาเคยทำหนังชีวิตเล็กๆ แต่คุณภาพคับแก้วเอาไว้ ชื่อของมันคือ A Simple Plan ครับ
ไม่ว่าลุง Anthony Hopkins จะเล่นเป็นคนชื่ออะไรใน Fracture แต่สำหรับผม นี่มัน “ดร.เลคเตอร์วางแผนฆ่าเมีย” ชัดๆ!
หนังชุด Wild Things เนี่ย คิดพล็อตง่ายดีนะครับ เพราะมันแทบไม่ต้องคิดอะไรเล้ย แค่เอาพล็อตภาคแรกมาดัดนิดแปลงหน่อย แล้วก็หาดาราหนุ่มสาวหน้าตาดีๆ มารวมพลังกันโชว์หุ่น แค่นี้ก็ได้ Wild Things ต่อมาอีกภาค ดึงเงินจากกระเป๋าคนดูได้อีกรอบ จนตอนนี้ก็มาถึงภาค 4 เป็นที่เรียบร้อย
ผมเป็นคนหนึ่งที่หลงรักเสน่ห์หนังเบาสมองสไตล์ลุง Woody Allen เข้าอย่างจังเบ่อเร่อ
หนังเรื่องนี้แจ๋วจริง