Gone in Sixty Seconds หนังว่าด้วยการโจรกรรมรถและว่าด้วยความเร็วที่ถือว่ามาก่อน The Fast and the Furious 1 ปีครับ
Gone in Sixty Seconds หนังว่าด้วยการโจรกรรมรถและว่าด้วยความเร็วที่ถือว่ามาก่อน The Fast and the Furious 1 ปีครับ
นี่คืองานกำกับของ David Fincher ชิ้นถัดมาจาก Fight Club ซึ่งเหตุผลที่เขารับทำหนังเรื่องนี้ก็เพราะตอนถ่ายทำ Fight Club นั้น เขาต้องตระเวนถ่ายตามโลเกชั่นต่างๆ ถึง 150 แห่ง ดังนั้นงานชิ้นต่อมาเขาเลยอยากทำอะไรที่มันง่ายสักหน่อย แบบถ่ายแค่ทีเดียวก็พออะไรประมาณนั้น แล้วหนังเรื่องนี้ก็เข้าแก๊บพอดี
ก็ได้ยินกิตติศัพท์ว่าเป็นหนังที่ดูสนุกเข้าท่าของ 2 ดาราขาบู๊ที่สังขารและความดังเริ่มโรยลงทุกวัน โดย Sylvester Stallone รับบทเรย์ เบรสลิน นักแหกคุกตัวกลั่นที่โดนฮ็อบส์ (Jim Caviezel) พัสดุแห่งคุกที่แสนลึกลับจับตัวไปขังไว้ในคุกที่มีการระวังป้องกันสูง อีกทั้งทันสมัยใหม่สุด เรียกว่ากะจะขังเรย์ให้ตายไปเลย แต่ที่คุกแห่งนั้นเรย์ก็ได้พบกับร็อทเมเยอร์ (Arnold Schwarzenegger) คนคุกที่ดูจะทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ซึ่งในเวลาต่อมาพวกเขาก็จะช่วยกันหาทางออกไปจากคุกนรกนี้ให้จงได้
การโกงเป็นเรื่องผิดไหม?… เส้นสายล่ะ?… การตามน้ำล่ะ?… การใช้อำนาจอำนวยความสะดวกให้พวกพ้องล่ะ?
ผมชอบคำโปรยของหนังนะครับ “เพื่อรับงานนี้เขาต้องบ้าพอ แต่เพื่ออยู่รอดในตำแหน่งนี้เขาต้องบ้ายิ่งกว่า” ก็ตรงกับเรื่องราวดีครับ
ชี้แจงก่อนนะครับ อย่าแปลกใจที่ผมเอาชื่อไทยขึ้นหน้า แล้วเอาชื่อฝรั่งตามหลัง เป็นธรรมเนียมส่วนตัวของผมเองครับว่าถ้าเขียนหนังฝรั่ง ก็จะเอาชื่อฝรั่งนำ แต่ถ้าเขียนหนังเอเซียหรือหนังไทยก็จะเอาชื่อไทยมาใส่นำหน้า เพราะคนเราจะจำชื่อไทยได้แม่นกว่าชื่อฝรั่งครับ
Mad City คือหนึ่งในหนังล่มของค่าย Warner Bros. (ร่วมรุ่นกับ The Postman ของ Kevin Costner) แต่ผมดูแล้วรู้สึกชอบครับ ชอบประเด็นง่ายๆ ตรงๆ ที่หนังสื่อ
อเล็กซ์ เมอร์ฟี่ย์ (Joel Kinnaman) นายตำรวจมือดีที่ประสบเหตุลอบฆ่าจนอาการปางตาย แต่แล้วเขาก็ถูกนำตัวไปสร้างเป็นตำรวจเหล็กนามว่า โรโบคอป มีหน้าที่คอยออกปราบเหล่าร้ายให้หมดสิ้น
หนังขาวดำแนวอาชญากรรมระทึกขวัญครับ เมื่อมีชายเสียสติ (Tod Slaughter) ทำการฆ่าเซอร์พาร์ซิวัล ไกลด์อย่างโหดเหี้ยมและสวมรอยเป็นเซอร์พาร์ซิวัลกลับมายังคฤหาสน์ในแบล็ควอเธอร์ พาร์คเพื่อครอบครองสมบัติและทุกสิ่ง แต่เขากลับพบว่ายังมีกองหนี้มหึมารอให้เขากลับไปสะสางครับ นั่นทำให้เขาต้องวางแผนหาทางออกเพื่อให้ตัวเองได้ครอบครองทุกอย่างสืบไป รวมทั้งต้องฆ่าทุกคนที่รู้ความลับหรือเข้ามาขวางทางสบายของเขาด้วย
หลายปีก่อนที่ Sam Raimi จะมากำกับไตรภาค Spider-Man เขาเคยทำหนังชีวิตเล็กๆ แต่คุณภาพคับแก้วเอาไว้ ชื่อของมันคือ A Simple Plan ครับ