หมวดหมู่: Comedy

La Dolce Villa (2025) วิลล่าแห่งรัก

อีริค ฟิลด์ (Scott Foley) ตั้งใจเดินทางมาอิตาลีเพื่อเปลี่ยนใจลูกสาวที่ชื่อ โอลิเวีย (Maia Reficco) ที่กำลังจะซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทใหม่แล้วก็มาใช้ชีวิตที่นี่แทน ตอนแรกอีริคก็พยายามเต็มที่ล่ะครับ แต่แล้วอะไรๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อหัวใจของเขาไปสะกิดกับ ฟรานเชสก้า (Violante Placido) นายกเทศมนตรีแห่งมอนเตซาร่าแห่งนี้

Happy Death Day (2017) สุขสันต์วันตาย

ผมเคยดูเรื่องนี้ไปแล้วรอบหนึ่ง (ดู 2 ภาครวดครับ) แล้วก็รู้สึกโอเคนะ คืออาจไม่ได้ชอบมากมาย แต่หนังดูสนุกใช้ได้ จนตัดสินใจเอากลับมาดูอีกรอบนี่แหละครับถึงได้ฤกษ์เอามาเขียนซะที

ควบสู้ฟัด (2023) Ride On

ปรมาจารย์หลัวจื้อหลง (เฉินหลง) คือสตันท์แมนเก่าแก่ของวงการ แต่ล่าสุดเขาก็กำลังประสบปัญหาเพราะเป็นหนี้เป็นสิน และไหนจะกำลังจะต้องเสียม้าคู่ใจนามว่ากระต่ายแดงไปอีก เขาเลยพยายามติดต่อลูกสาว หลัวเสียวเป่า (หลิวฮ่าวฉุน, Liu Haocun) แต่เนื่องจากเขาและลูกห่างเหินไปนาน ก็เลยต้องกลับมาเริ่มสานสัมพันธ์กันใหม่อีกหน

Me Time (2022)

เรื่องนี้เปิดดูแบบเอาฮาระหว่างทำงานครับ กะดูแบบไม่เน้นเนื้อหาสาระ ครั้นพอดูแล้วก็พบว่าหนังฮาน้อยกว่าที่คิดครับ

The Young and Prodigious T.S. Spivet (2013) การเดินทางของ ที.เอส. สปิเว็ท มหัศจรรย์เด็กอัจฉริยะ

จัดเป็นหนังสำหรับเด็กครับ กับเรื่องราวการผจญภับของหนูน้อยวัย 10 ขวบ ที.เอส. สปิเว็ท (Kyle Catlett) เด็กอัจฉริยะที่สามารถประดิษฐ์สิ่งของสุดล้ำจนทำให้สถาบันสมิธโซเนี่ยนยกรางวัลอันดับ 1 ให้ และได้โทรมาเชิญเขาไปยังสถาบันเพื่อรับรางวัลและแสดงสุนทรพจน์

A Christmas Prince: The Royal Baby (2019) เจ้าชายคริสต์มาส: รัชทายาทน้อย

ภาคสามปิดท้ายไตรภาคครับ คราวนี้แอมเบอร์ (Rose McIver) กับกษัตริย์ริชาร์ด (Ben Lamb) แห่งอาณาจักรอัลโดเวียกำลังจะมีรัชทายาทตัวน้อยๆ และในช่วงเดียวกันนั้นเองอัลโดเวียยังมีพิธีต่อสนธิสัญญาสันติภาพกับอาณาจักรเพนเกลียอีกด้วย แต่ทีนี้ตัวสัญญาดันหายไปอย่างลึกลับ ทำให้ทุกคนต้องรีบตามหาสัญญานั้นคืนมาก่อนเวลาจะหมดลง

A Christmas Prince: The Royal Wedding (2018) เจ้าชายคริสต์มาส: มหัศจรรย์วันวิวาห์

ได้ข่าวว่าภาคแรกฮิตเอาเรื่องจนส่งผลให้ Netflix หันมาจับตลาดหนังวันคริสต์มาสแบบเป็นล่ำเป็นสัน และแน่นอนว่าก็ต้องมีการเข็นภาคต่อของเรื่องนี้ออกมาตามระเบียบครับ

The Dead Don’t Die (2019) ฝ่าดง(ผี)ดิบ

ผมดูเรื่องนี้แล้วรอบหนึ่ง น่าจะจาก HBO Go แล้วก็มาจัดอีกรอบที่ Netflix หนังอาจไม่ถึงขั้นสนุกมากห้ามพลาด แต่ก็ใช้ได้นะครับ ส่วนที่ผมชอบคงเพราะหนังมันออกแนวฮาร้ายๆ จิกกัดๆ สะท้อนด้านต่างๆ ของมนุษย์ปุถุชนตามสไตล์ผู้กำกับ Jim Jarmusch ที่ผมติดใจพี่แกมาตั้งแต่ Night on Earth