งวดนี้ยาวครับ ผมแนะนำภาค 1 ไปเมื่อกี้ ตอนนี้ก็แนะนำต่อภาค 2 ทันที จนหลายคนเกิดคำถามว่าผมจะแนะนำมันรวดทุกภาคเลยไหมนี่… อิอิ ก็ตอบได้ว่า นั่นคือเจตนาของกระผมเองครับ อิอิ
งวดนี้ยาวครับ ผมแนะนำภาค 1 ไปเมื่อกี้ ตอนนี้ก็แนะนำต่อภาค 2 ทันที จนหลายคนเกิดคำถามว่าผมจะแนะนำมันรวดทุกภาคเลยไหมนี่… อิอิ ก็ตอบได้ว่า นั่นคือเจตนาของกระผมเองครับ อิอิ
หันซ้ายขวา เปิดทีวีหรือวิทยุก็เจอแต่ข่าวน่าหนักหัว ผมก็เลยทำการสร้างสุขให้ตัวเองเล็กๆ น้อยๆ โดยการเอาหนังแนวน่ารักๆ ว่าด้วยหมาเก่งกีฬามาดูคลายเครียดซักหน่อยล่ะนะครับ
ตอนแรกก็ชั่งใจอยู่ว่าจะเขียนถึงหนังเรื่องนี้ดีไหม เพราะว่าตามจริงผมก็ไม่ถึงกับชอบอะไรมากครับ แต่พอคิดไปคิดมามันก็มีประเด็นชวนให้เขียน เนื่องด้วยผมเขียนเกี่ยวกับหนังคริสต์มาสไปหลายเรื่อง เลยทำให้เรื่องนี้มันมีอะไรที่สอดคล้องกับประเด็นที่ผมกำลังสังเกตอยู่พอดี
เมื่อพูดถึงหนังวันคริสต์มาสแล้ว ก็มีทั้งที่ผมชอบมากๆ หรือไม่ก็เฉยๆ และก็มีอีกไม่น้อยเหมือนกันที่เกือบจะชอบอยู่แล้วเชียว ถ้าได้นั่นอีกนิดนี่อีกหน่อยก็คงดี หนังก็คงกลมกล่อมอร่อยลิ้นมากขึ้นเยอะ ซึ่ง Christmas Eve เรื่องนี้ก็เป็นหนังที่อยู่ในข่ายนั้นครับ
ตามปกติลุง Woody Allen จะทำหนังออกมาให้เราได้ชมกันปีละครั้งครับ ส่วนเรื่องนี้ทำออกมาตั้งแต่ปี 2015 แต่เพิ่งมีการออกแผ่นมาให้ได้ยลกัน (ไปๆ มาๆ ได้ดูหลัง Café Society ที่ฉายปี 2016 อีกนะนั่น)
ตอนดูตัวอย่างก็มองว่านี่จะเป็นหนัง Home Alone เวอร์ชั่นโหดครับ นึกว่าเป็นเรื่องของเด็กที่อยู่บ้านกับพี่เลี้ยงเพียงลำพัง แล้วมีโจรบุกอะไรแบบนั้น แต่พอดูแล้วเนื้อเรื่องมันไม่ใช่แบบนั้นแฮะและไปๆ มาๆ มันก็ดูโหดกว่าที่คาดด้วย
หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกหลากอารมณ์ผสมๆ กันครับ แม้หน้าหนังจะว่าด้วยวันคริสต์มาส แต่ตัวหนังไม่ได้มาในแนว Feel Good ไม่ได้เต็มไปด้วยความแฮ้ปปี้แบบหนังเทศกาลทั่วๆ ไป แต่มันออกมาแนวตลกร้ายน่ะครับ
Bedtime Stories หนังแฟนตาซีน่ารักดูสนุกสไตล์ Adam Sandler โดยพี่ท่านมารับบท สกีตเตอร์ บรอนสัน ช่างซ่อมบำรุงประจำโรงแรม (ที่จริงๆ แล้วที่ดินผืนนั้นเคยเป็นของพ่อเขา)
การกลับมาของบุรุษชุดดำรอบนี้ทำเอาผมห่วงตั้งแต่ประกาศสร้างเลยครับ เพราะเล่นทิ้งช่วงนานจนคิดว่าคงไม่มีตอนต่อออกมาแล้ว แต่ในที่สุด Barry Sonnenfeld ก็ขอย้อนมาจับหนังที่ทำเงินสูงที่สุดในชีวิตอีกครั้งหลังจากไปจับหนังเรื่องอื่นอยู่นานแต่ก็ไม่มีเรื่องไหนดังเท่า MIB
ภาคต่อที่อาจจะไม่ลงตัวกลมกล่อมเท่าภาคแรก (รวมถึงสนุกไม่มากเท่าภาค 3) แต่ก็ยังถือว่าดูเอาเพลินและเอาฮาได้โอเคในระดับหนึ่ง