มาอีกแล้วครับ หนังสัตว์โลกน่ารักเขมือบโลกที่ผมขยันดูและมาเอาเล่าสู่กันฟัง 555
มาอีกแล้วครับ หนังสัตว์โลกน่ารักเขมือบโลกที่ผมขยันดูและมาเอาเล่าสู่กันฟัง 555
ภาคแรกดูเอามันส์และภาพสวยนะครับ พอมีภาค 2 ออกมาก็อีหรอบเดียวกันครับ ยังคงดูสนุกได้แบบไม่ต้องคิดมาก ดูเอาเพลิน เหมาะสำหรับจะใช้มันปลดปล่อยวิญญาณรักการผจญภัยในตัวคุณได้อย่างดีเลยล่ะครับ
แม้ชื่อจะเหมือนนิยาย Jules Verne และพล็อตก็เหมือน แต่เนื้อในก็ได้รับการดัดแปลงให้เข้าสมัยและดูง่ายขึ้นครับ ว่าด้วยเทรเวอร์ แอนเดอร์สัน (Brendan Fraser) กับฌอน (Josh Hutcherson) หลานชายของเขาร่วมเดินทางกันค้นหาร่องรอยพ่อของฌอนที่หายตัวไปแถบเทือกเขาในไอซ์แลนด์ โดยมีไกด์สาวนามว่าฮันน่าห์ (Anita Briem นางเอกของเรื่องซึ่งน่ารักมากทีเดียวครับ) คอยนำทางไป
อิงะแห่งสุบะกากุเระ และ โคงะแห่งมันจิดานิ คือ 2 ตระกูลนินจาระดับยอดฝีมือที่เป็นศัตรูต่อกันมาช้านาน
เรื่องเกิดในสมัยราชวงศ์หมิงครับ ว่าด้วยมหาขันทีจอมโฉด นามว่าเถาซิ่วจิน (เจิ้นจื่อตัน) ที่ตั้งตนเป็นใหญ่ สามารถข่มได้แม้กระทั่งองค์ฮ่องเต้หมิงไถ่จู่ อีกทั้งยังลงมือฆ่าขุนนางตงฉินและผู้บริสุทธิ์ไปมากมายเพื่อขยายฐานอำนาจและประกาศศักดา
Exodus: Gods and Kings มาพร้อมงานฉากที่อลังการ แม้หลายส่วนจะดูออกว่าเป็น CG แต่ก็ยังดูยิ่งใหญ่ครับ พวกฉากภูเขาหรือทุ่งโล่งก็ถ่ายออกมาคมชัดจับตายิ่ง
สารภาพว่าผมใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่อระลึกว่าว่า The Mechanic ภาคแรกน่ะมันเรื่องไหนกันหนอ (555)
The Mechanic เรื่องนี้ถือว่ามันส์พอตัวครับ
โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า Chappie คือหนังที่มีแก่นหลักว่าด้วย “พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง”
Fury ถือเป็นหนังแอ็กชันกลางไฟสงครามที่คอหนังแนวนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ