เป็นหนังที่ผมไม่ได้คาดหวังและไม่รู้อะไรก่อนดูเลยครับ เพราะหน้าหนังดูเป็นเกรดบีที่ไม่น่าจะมีอะไร แต่ไปๆ มาๆ หนังดูเพลินใช่เล่น
เป็นหนังที่ผมไม่ได้คาดหวังและไม่รู้อะไรก่อนดูเลยครับ เพราะหน้าหนังดูเป็นเกรดบีที่ไม่น่าจะมีอะไร แต่ไปๆ มาๆ หนังดูเพลินใช่เล่น
จริงๆ แล้วนี่คือหนังที่ฟอร์มดีมากๆ นะครับ เพราะรวมดาราระดับออสการ์มากันคับคั่ง ไม่ว่าจะ Kevin Kline, Rod Steiger, and Susan Sarandon (3 คนนี้ได้ออสการ์) Mary Elizabeth Mastrantonio, Harvey Keitel, Danny Aiello (ส่วน 3 คนนี้ได้ชิงออสการ์) และ Alan Rickman ที่รายนี้แม้ไม่เคยชิงออสการ์ แต่ฝีไม้ลายมือก็ไม่เป็นสองรองใคร
ดูหนังเรื่องนี้จบแล้วรู้สึกสงสารทีมงานเลยครับ คือจริงๆ หนังมันไม่ได้แย่นะ มันเป็นหนังแนวแอ็กชันผจญภัยผสมไซไฟที่พอดูได้ แม้จะไม่ได้เจ๋งเป็นพิเศษก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้โล่งโถงหรือน่าเบื่อหนักๆ (แบบ The Last Airbender เป็นอาทิ) แต่รายได้นี่น่าสงสารมาก ทำเงินในอเมริกาแค่ $15.9 ล้าน นี่ไม่ใช่รายได้เปิดตัวนะครับ แต่เป็นรายได้ตลอดการฉายเลย ในขณะที่ถ้ารวมทั่วโลกก็จะอยู่ที่ $83.6 ล้าน ส่วนทุนสร้างน่ะอยู่ที่ $100 ล้าน ผลเลยเจ๊งหนักเจ๊งแรงมากๆ ครับ
หนังภาคแรกผมถือว่าทำออกมาเอาฮา ชวนขำ ดูได้แบบเพลินๆ แล้วก็ยังแซวหนังคนตัดคนได้น่ารักไม่น้อย
From Vegas to Macau อาจเทียบชั้นหนังไพ่ระดับตำนานอย่างคนตัดคนไม่ได้ แต่ถ้าดูเอาสนุกเอาขำล่ะก็ ถือว่าพอได้อยู่ครับ
หนังจับเอาเรื่องราวของ เซี่ยงอวี่ (หรือ ฌ้อปาอ๋อง) กับ เล่าปัง (หรือ ฮั่นเกาจู่ในเวลาต่อมา) มาบอกเล่าโดยมีการดัดแปลงตีความใหม่ในบางจุด ซึ่งก็มาในแนวทางเดียวกับ สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร (Three Kingdoms: Resurrection Of The Dragon) ผลงานก่อนหน้าของ Daniel Lee นั่นเอง
Saint Seiya: Legend of Sanctuary มีดีมากๆ ตรงภาพครับ จัดเต็ม CG เล่น Effect กันเต็มเหนี่ยว ดูแล้วยอมรับว่ามันส์และได้อารมณ์อลังการ เพลิดเพลินเจริญตายิ่ง
นี่ก็หนังประทับใจอีกเรื่องครับ Big Hero 6 ทำออกมาสนุก น่ารัก อบอุ่น แล้วก็ได้กลิ่นไอความเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ดี
Steven Seagal กับหนังแนวแอ็กชันระทึกขวัญ (ซึ่งผมว่าหนังระยะหลังในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาของพี่แกก็มาแนวนี้ทั้งหมดครับ) โดยรับบทเป็น จอห์น อเล็กซานเดอร์ นักฆ่ารับจ้างระดับพระกาฬที่รับเฉพาะงานกำจัดทรชนคนโฉดเป็นหลัก
สำหรับผมแล้วภาคนี้กลายเป็นภาคที่สนุกน้อยสุดครับ การสืบไม่น่าติดตาม ประเด็นในเรื่องดูสะเปะสะปะ แม้จะมีโครงเรื่องหลักอยู่ก็ตาม แต่ความกลมกล่อมยังสู้ภาคแรกไม่ได้ และในแง่ดราม่าความสัมพันธ์ตัวละครแล้ว ผมว่าภาค 2 จะดูดีกว่าและมีอะไรมากกว่า