ตอนแรกผมนึกว่า พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ หรือ Flying Swords of Dragon Gate เป็นการรีเมค คัมภีร์แดนพยัคฆ์ (Dragon Inn) แต่ไปๆ มาๆ มันเป็นภาคต่อครับ
ตอนแรกผมนึกว่า พยัคฆ์ตะลุยพยัคฆ์ หรือ Flying Swords of Dragon Gate เป็นการรีเมค คัมภีร์แดนพยัคฆ์ (Dragon Inn) แต่ไปๆ มาๆ มันเป็นภาคต่อครับ
ความรู้สึกที่ผมมีต่อ The Meg นั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ครึ่งครับ นั่นก็คือครึ่งแรกกับครึ่งหลัง ซึ่งความรู้สึกที่มีต่อแต่ละครึ่งนั้นจัดว่าต่างกันพอสมควร
ไม่ว่าจะก่อนดู ระหว่างดู หรือหลังดูหนังเรื่องนี้เสร็จ ความคิดที่อยู่ในหัวผมตลอดๆ ก็คือ “นี่มัน Die Hard นี่ครับ” 555
ไมลส์ คีน (Lorenzo Lamas) เป็นหนี้เจ้าของบาร์แห่งหนึ่ง เขาเลยต้องรับงานเป็นนักชกเถื่อนเพื่อใช้หนี้
แม้ Maleficent จะไม่ได้มี Effect ละลานตาเท่า Alice in Wonderland หรือ Oz แต่ผมก็ชอบนะครับ
ก่อนพบกับรีวิวยาวๆ ตามแบบฉบับ เรามาเจอะเจอรีวิวสั้นๆ กันหน่อยดีไหมครับ เพื่อประหยัดเวลาสำหรับคนที่อยากบริโภครีวิวแบบ Fast Read อ่านปุ๊บตัดสินใจปั๊บได้เลยว่าจะดูไม่ดู ก็ขอเข้าเรื่องแบบตรงประเด็นเลยนะครับ
เมื่อนานมาแล้วผมเคยแนะนำหนังเรื่อง Revenge of the Ninja หนังแนวแอ็กชันสไตล์อเมริกันนินจาที่นินจาญี่ปุ่นมาก่อการปราบวายร้ายถึงเมืองมะกัน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าคนสมัยก่อนดูแล้วชอบกันหรือไม่ ส่วนผมดูแล้วออกแนวฮามากกว่า ยังจำได้ติดตาครับ กับฉากอาม่านินจา อันนี้จริงๆ นะครับ อาม่าอายุน่าจะประมาณ 65 อย่างต่ำมารำดาบนินจาอ้ะ อารมณ์มันประมาณดู Kill Bill Vol. บางแคน่ะครับ แหม ทำไปได้
ว่ากันแบบไม่อ้อมค้อมครับ การดู Skin Trade ไม่ได้ทำให้ต่อมมันส์หรือต่อมสนุกของผมทำงานสักเท่าไรเลย
อันว่าหนังแอ็กชันภาคต่อที่เด็ดขาดสนุกเท่าภาคแรกนั้น เอาเข้าจริงๆ ก็มีไม่เยอะเท่าไรครับ ส่วนหนึ่งเพราะภาคแรกถ้าไม่แน่จริงก็คงไม่สามารถก่อให้เกิดภาคต่อได้ ดังนั้นภาคแรกก็ต้องมีดีมากประมาณหนึ่ง ดังนั้นการจะทำภาคต่อนั้น อย่าว่าแต่จะให้ดีกว่า เอาแค่ให้ดีเท่าเทียมก็ถือเป็นงานใหญ่แล้ว
ใครเคยดูหนังแล้วในหัวของเรามันตะโกนก้องเกือบตลอดว่า “โว้วววววววววววว เฮ้ยยยยยยยยยยย AGhhhhhhhh” บ้างไหมครับ? คือตะโกนด้วยความทึ่งในตัวหนังน่ะครับ (ไม่ว่าจะทึ่งบวกหรือทึ่งลบก็เถอะ 555)