หมวดหมู่: Action

ฟงไสหยก สู้บนหัวคน (1993) Fong Sai Yuk

เป็นเรื่องราวของ ฟงไสหยก หรือถ้าออกเสียงแต้จิ๋วก็จะเป็น ปึงซีเง็ก น่ะนะครับ โดย พี่หลี่เหลียนเจี๋ย มารับบทนี้ซึ่งก็มีทำออกมา 2 ภาคด้วยกัน

เจ็น-เอ็กซ์ ค็อปส์ ตำรวจแสบสะท้านเมือง (1999) Gen-X Cops

ผมล่ะอยากรู้เป็นหนักหนาว่าทำไมหนังเรื่องนี้ปีนกระได Box Office ฮ่องกงแล้วทำเงินขึ้นอันดับหนึ่งประจำปีที่ออกฉายได้ ทั้งๆ ที่ดาราหน้าก็ไม่คุ้น (ในขณะนั้น) แต่พอดูแล้วบางอ้อก็มาจ่อตรงหน้าพอดี

บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 (2007) The Bodyguard 2

ตอนแรกหมายมั่นว่าจะเข้าไปพิสูจน์มันในโรงซะเลย เพราะภาคแรกนี่ผมชอบนะครับ แม้พล็อตจะไม่มี แต่แอ็กชันมันไม่ผิดหวัง ตีกันมันส์ใช้ได้ ไอ้เรื่องฮาก็เรื่อยๆ ผมเลยสนุกไปตลอดครับ พอภาคสองจะสร้างก็รอตามระเบียบ ด้วยความหวังว่ามันจะสนุกไม่แพ้ตอนแรก

Andròn: The Black Labyrinth (2015)

เรื่องนี้เป็นอะไรที่เสียดายมาก เพราะจริงๆ มันน่าสนใจนะครับ พล็อตมันอาจไม่ได้ใหม่แต่รายละเอียดและองค์ประกอบบางอย่างมันน่าสนใจดี จนผมต้องลงเอยด้วยประโยคเดิมๆ อย่าง “ถ้าทำออกมาดีๆ และเล่าด้วยจังหวะที่เหมาะล่ะก็ มันจะเจ๋งมาก”

The Saint (2017) เดอะ เซนต์

ครั้งล่าสุดที่คอหนังได้พบกับ ไซมอน เทมปลาร์ จอมโจรสิงห์สำอางค์ฉายา “เดอะ เซนต์” ก็คือปี 1997 ที่ Val Kilmer นำแสดงน่ะครับ… นับไปนับมาเวลาก็ผ่านไป 20 ปีแล้วนะเนี่ย นานเอาเรื่องทีเดียว

มังกรหนวดทอง (1988) Dragons Forever

หนังแอ็กชัน+ตลกผสมด้วยความรักกุ๊กกิ๊กของ 3 นักบู๊แห่งฮ่องกงครับ เรื่องมิตรภาพของ 3 หนุ่มที่ประกอบด้วย แจ็คกี้ (เฉินหลง) คือทนายมือดีล ลุค (หงจินเป่า) นักค้าของเถื่อนจอมกะล่อน และทิโมธี (หยวนเปียว) หัวขโมยมือเซียน

The Three Musketeers (2011) 3 ทหารเสือดาบทะลุจอ

ผมชอบตำนาน 3 ทหารเสือมากครับ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผมจะควานหานิยายมาอ่าน และตามดูหนังขุดไปถึงปี 1921 โน่น เพราะอะไรน่ะเหรอครับ ก็หนังมีจุดเด็ดเด่นๆ 3 อย่าง ได้แก่เรื่องราวตัวละครที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ตั้งแต่ 3 ทหารเสือที่เท่ห์ไปคนละแบบ ดาตาญังที่ห้าวหาญ กษัตริย์ที่พยายามหาทางให้ตนเองมีความเข้มแข็งกล้ายืนหยัดสู้กับคนที่หมายจะยึดครองบัลลังก์ ฯลฯ อีกทั้งเนื้อเรื่องที่มัเรื่องศักดิ์ศรี มิตรภาพเจืออยู่อย่างพอเหมาะ จนไม่แปลกใจครับที่นิยายเรื่องนี้จะเป็นอมตะยืนยาวมาได้ถึงตอนนี้

The Green Hornet (2011) หน้ากากแตนอาละวาด

ดูหนังเรื่องนี้แล้วหลายอารมณ์มันมาผสมกัน เหมือนตัวหนังนั่นแหละครับ มีหลายอย่างปนเป ทั้งที่เข้าท่าและยังไม่เข้าที่ แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็จัดเป็นหนังบู๊คู่หูคู่ฮาที่ดูได้แบบเพลินๆ แต่ถ้าเติมอะไรลงไปอีกนิด จัดอะไรให้หนักขึ้น (หรือเบาลง) อีกหน่อย น่าจะเป็นหนังอร่อยที่มีภาคต่อตามออกมาได้ไม่ยาก