หนนี้เกิดมีคนตายในวันเกิดของเทสส์ ฮาร์เปอร์ (Lacey Chabert) ซึ่งก็คือนักมายากลมหัศจรรย์ อลิสแตร์ แมคเคลน (Noam Jenkins) ซึ่งพอดีเจ้าหน้าที่โลแกน (Brennan Elliott) อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย จึงมีการสืบสวนกันตามระเบียบ
หนนี้เกิดมีคนตายในวันเกิดของเทสส์ ฮาร์เปอร์ (Lacey Chabert) ซึ่งก็คือนักมายากลมหัศจรรย์ อลิสแตร์ แมคเคลน (Noam Jenkins) ซึ่งพอดีเจ้าหน้าที่โลแกน (Brennan Elliott) อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย จึงมีการสืบสวนกันตามระเบียบ
เทสส์ ฮาร์เปอร์ (Lacey Chabert) ต้องไขคดีฆาตกรรมอีกครั้งเมื่อไลล์ (Kyle Buchanan) เพื่อนของเธอที่เพิ่งเจอกันล่าสุดเมื่อ 5 วันก่อนกลับถูกสังหารในห้องพัก โดยไลล์กำลังจะแต่งงานครับ เขาขอให้เทสส์ช่วยทำปริศนาอักษรไขว้เพื่อขอแฟนแต่งงาน แต่เขากลับมาตายไปเสียก่อน
เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นที่ไนติงเกลแกลลอรี่ครับ นอกจากมีคนถูกฆ่าแล้วงานศิลป์ยังหายไปด้วย เจ้าหน้าที่โลแกน โอ คอนเนอร์ (Brennan Elliott) ได้รับมอบหมายให้สืบสวนคดี แล้วทีนี้บรรณาธิการผู้ชำนาญปริศนาอักษรไขว้ (Crossword) อย่าง เทสส์ ฮาร์เปอร์ (Lacey Chabert) ก็ค้นพบว่ามีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่ในปริศนาอักษรไขว้ครับ เธอเลยสนใจคดีนี้และโดดเข้ามาร่วมสืบกับโลแกนด้วย
The Pale Blue Eye ถือเป็นหนังถูกใจอีกหนึ่งเรื่องครับ แนวนี้ใช่เลย สืบคดีย้อนยุคได้กลิ่นอายโกธิค เดินเรื่องเหมือนนิยายที่เปิดไปทีละหน้า และที่สำคัญคือมี เอ็ดการ์ แอลลัน โพ มาเป็นหนึ่งในตัวละครด้วย
The Pledge ถือเป็นหนึ่งในหนังที่จบได้ขัดใจครับ นี่ขนาดดูมาแล้วหลายวันบทสรุปของหนังยังอยู่ในหัวผมอยู่เลย ซึ่งเดี๋ยวก็ต้องมีการสปอยล์แน่นอน แต่ก่อนจะถึงจุดนั้นก็ขอเล่าแบบไม่สปอยล์ก่อนนะครับ เดี๋ยวถ้าจะสปอยล์เมื่อไรแล้วจะบอกอีกทีครับ
ดูซีรี่ส์ Unnatural แบบไม่คิดมากครับ กะเปิดดูตอนแรกแบบเบาๆ ระหว่างทำงาน แต่ปรากฏว่ารู้ตัวอีกทีคือดูรวดต่อกันจนจบ 10 ตอนภายในเวลาไม่นาน
หลังดู Glass Onion จบ ผมก็ใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงในการถามตัวเองว่าตกลงรู้สึกยังไงกับหนัง?
สำหรับผมแล้ว ความสนุกของ Knives Out ไม่ได้อยู่ตรงการเดาตัวฆาตกร (เพราะสารภาพตามตรงว่าพอจะเดาได้ตั้งแต่แรกๆ แล้ว) แต่มันสนุกเพราะหนังมีองค์ประกอบดีๆ มาผสมกันอย่างพอเหมาะ ไม่ว่าจะทีมดารามือดี การเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิง มีรายละเอียดและมีอะไรให้ตามอยู่เรื่อยๆ และโทนของเรื่องที่ไม่หนักไม่เบาจนเกินไป ดูแล้วได้อารมณ์หนังสืบสวน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เรายิ้มได้เป็นระยะๆ
ผมดูซีรี่ส์ชุดนี้หลังจากดู Detective Chinatown ฉบับภาพยนตร์จนครบ 3 ภาคแล้วน่ะครับ คือมารู้ทีหลังว่ามีซีรี่ส์ชุดนี้อยู่ในโลก แล้วมันก็เกี่ยวข้องกับ DC ฉบับหนังใหญ่ด้วย ซึ่งพอดีที่ Monomax มีให้ดูแบบพากย์ไทย ก็เลยจัดซะ
จบลงไปแล้วครับสำหรับซีรี่ส์สืบสวนผสมโรแมนติกกลั้วด้วยเสียงฮาที่ทำต่อเนื่องยาวนานมาถึง 8 ปี ซึ่งถ้าพูดถึงความสนุกแล้วก็ถือว่าทำออกมาได้สนุกมากๆ ล่ะครับ จนไม่อยากให้คอซีรี่ส์แนวนี้พลาดกันเลย จัดว่าต้องดูให้ได้ครับ