ว่าตามจริงโครงเรื่องของ ตี๋เหรินเจี๋ยไขคดีศีรษะรากษส ถือว่าเข้าท่าไม่น้อย
ว่าตามจริงโครงเรื่องของ ตี๋เหรินเจี๋ยไขคดีศีรษะรากษส ถือว่าเข้าท่าไม่น้อย
2 ภาคแรกดัง ก็ต้องมีการทำภาค 3 ตามออกมาครับสำหรับ คดีดังกองปราบ 3 ที่สานต่อเรื่องราวจากคราวก่อน พร้อมทั้งนำคดีฆาตกรรมมาให้เราตามไขอีก โดยภาคนี้ยาว 40 ตอนจบ หรือหากนับเป็นคดีก็มีประมาณ 10 คดีครับ
แม้หนัง Scream ต้นฉบับจะถือว่าเป็นต้นตำรับของหนังเชือดยุคใหม่ แต่กับ Scream ฉบับซีรี่ส์แล้ว ก็ต้องยอมรับครับว่ามันมีซีรี่ส์สไตล์คล้ายๆ กัน (ว่าด้วยวัยรุ่นตามสืบคดีฆาตกรรม) ออกมาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะ Veronica Mars, Pretty Little Liars และ How to Get Away with Murder
ด้วยความที่ภาคแรกประสบความสำเร็จ ภาคต่อเลยถูกสร้างตามออกมาอย่างรวดเร็วครับ และหนนี้ก็มีการเพิ่มจำนวนตอนจากที่ภาคแรกมีแค่ 20 ตอน มาภาคนี้เพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 40 ตอนจบครับ
จัดเป็นซีรี่ส์แนวสยองขวัญผสมตลกร้ายที่แหวกแนวพอประมาณครับ มันคือการจับเอาหนังสยองขวัญไล่เชือดมายำกับหนังวัยรุ่นแนวเริ่ดๆ เชิ่ดๆ แล้วก็ปรุงคาแรคเตอร์ของแต่ละตัวละครให้ออกมาเว่อร์วังอลังการ ตามด้วยการลดปริมาณสมองให้น้อยๆ เข้าไว้ ซึ่งผลที่ได้แม้จะไม่ลงตัวเต็มร้อย แต่ก็ดูได้สนุกแบบแสบๆ คันๆ (สำหรับคอหนังสยองน่ะนะครับ)
ยังมีตี๋เหรินเจี๋ยอีกหลายเวอร์ชั่นให้พิชิตครับ คราวนี้ไล่ดูฉบับที่ Luo Li Qun แสดงเป็นเหล่าตี๋ครับ
หากนี่จะต้องเป็นปีสุดท้ายของซีรี่ส์ Sherlock ล่ะก็ ผมถือว่าโอเคเลยครับ มันสรุปจบเรื่องราวได้อย่างพอเหมาะ จบแบบทิ้งความประทับใจไว้ เป็นการจบที่สวยงามดี (ในความคิดผมน่ะนะครับ)
เพิ่งดูจบปี 3 ไปครับ ก็ขอรวบมาเล่าตามเคยว่า “ชอบ” เป็นซีรี่ส์แนวสืบจากศพที่สนุก ใช่ครับ มันออกแนวสนุกจริงๆ เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ตัวละครมีชีวิตชีวา อันนี้ถือเป็นจุดเด่นของโชว์นี้เลยนะครับ ดาราแต่ละคนเหมาะกับบท คาแรคเตอร์ของพวกเขาชูรสให้กับเรื่องราวได้มาก
ฟินจริงอะไรจริงครับสำหรับ Sherlock ตอนพิเศษที่ฉายอุ่นเครื่องรอการมาของปี 4
หลังจากภาคก่อนหนังทิ้งเชื้อไว้ว่าตี๋เหรินเจี๋ย (เฉินเฮ่าหมิน) จะได้มาทำงานในเมืองฉางอันแล้ว ภาคนี้ก็เป็นการเล่าต่อครับ โดยเหล่าตี๋ได้เลื่อนมาเป็นขุนนางประจำศาลต้าหลี่เรียบร้อย