เมื่อได้ทราบรายละเอียดคร่าวๆ ของหนังเรื่องนี้แล้วก็ตระหนักได้เลยครับว่านี่มันหนังแนวที่ผมโปรดปรานชัดๆ
เมื่อได้ทราบรายละเอียดคร่าวๆ ของหนังเรื่องนี้แล้วก็ตระหนักได้เลยครับว่านี่มันหนังแนวที่ผมโปรดปรานชัดๆ
หนังดราม่าเรื่องนี้ถือว่ามีดีแบบสุดๆ ตรงการแสดงครับ มันเป็นอะไรที่โคตรจะดีงามมากๆ จนน่าจะแจกออสการ์ให้แบบเรียงตัวไปเลย ไม่ว่าจะ Denzel Washington, Viola Davis หรือแม้แต่ Stephen Henderson ที่ออกแนวบทสมทบและเราอาจจะไม่คุ้นหน้าอะไรมาก แต่เขาก็ยังสามารถเล่นประกบ Washington ได้อย่างพอเหมาะ
ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่ดาราหนังบู๊เลือกเล่นบทที่เหมาะกับเขา
ในบรรดาผู้กำกับรุ่นเก๋าทั้งหลาย รายที่ผมติดอกติดใจ ชอบดูหนังของแกประจำก็ต้องมีชื่อ ลุง Woody Allen ติดอยู่อันดับต้นๆ แน่นอน
เป็นหนังในความทรงจำอีกเรื่องครับ จำได้ตอนนั้นผมกำลังจะไปเรียน ร.ด. กับเพื่อนๆ เราเรียนกันช่วงบ่าย ตอนเช้าก็นัดเจอกันที่บ้านเพื่อนคนหนึ่ง ระหว่างรอให้คนมากันครบเราก็นั่งดูหนังทาง HBO ฆ่าเวลาไปพลาง พอดีเรื่องนี้ฉายครับ แล้วเพื่อนคนหนึ่งก็บอกว่า “เฮ้ย เรื่องนี้สนุก” พวกเราก็เลยดูกันเล่นๆ ครับ แต่ไปๆ มาๆ นั่งดูจนหนังจบ พร้อมสรุปความเห็นตรงกันว่า “เออ มันสนุกจริงๆ”
ถ้าคุณอยากรู้ว่า Steven Spielberg แจ้งเกิดอย่างไร ดูหนังเรื่องนี้แล้วคงจะเข้าใจขึ้นในระดับหนึ่ง
กริฟฟิน (Dermot Mulroney) คือชายหนุ่มที่มีหน้าที่การงานดี แต่ไม่ประสบความสำเร็จด้านชีวิต เขาหย่ากับภรรยาและลูกๆ ก็ไม่ชอบเขาเท่าไร เพราะเมื่อก่อนเขาสนใจแต่งาน งาน แล้วก็งาน… ล่าสุดหมอประจำตัวแจ้งให้ทราบว่า เขาเป็นมะเร็ง
โหดตัดโหด หรือ The Killer บทนิยามแห่งความมันส์สไตล์ John Woo ที่คอหนังแอ็กชันยากจะปฏิเสธได้ครับ มันส์มาก ลงตัวมาก สนุกมาก เข้มข้นมาก
มิตรภาพดีๆ ช่วยให้ชีวิตเราอิ่มเอมขึ้น แม้จะต้องผ่านช่วงเวลาทุกข์ ป่วยไข้ หรือโมงยามที่ความแก่ชรามาเยือน เราก็ยังรู้สึกดีได้อย่างน่าอัศจรรย์
นี่คือหนังแอ็กชันไซไฟที่ดูแล้วถูกใจมากครับ เหมือนได้ย้อนไปเป็นเด็กอีกครั้ง สมัยยังสนุกกับพวกซีรี่ส์ขบวนการห้าสีที่ชอบเรียกหุ่นมาตีกับสัตว์ประหลาดในนาทีสุดท้าย (สมัยนั้นก็สงสัยว่าทำไมไม่เรียกหุ่นมากระทืบสัตว์ประหลาดตั้งแต่ตอนมันยังตัวเล็กๆ อยู่ล่ะ เมืองจะได้ไม่ต้องพัง 555)