ได้ยินกิตติศัพท์มาว่าหนังชุดนี้มีดีใช้ไดก็เลยรอดูอยู่พักหนึ่งครับ (เพราะตอนที่รู้ หนังยังไม่เข้าไทย) ครั้นพอได้ดูก็ยอมรับเลยครับว่าของเขาดีจริง ดูสนุกในระดับที่น่าพอใจทีเดียว
ได้ยินกิตติศัพท์มาว่าหนังชุดนี้มีดีใช้ไดก็เลยรอดูอยู่พักหนึ่งครับ (เพราะตอนที่รู้ หนังยังไม่เข้าไทย) ครั้นพอได้ดูก็ยอมรับเลยครับว่าของเขาดีจริง ดูสนุกในระดับที่น่าพอใจทีเดียว
ถือเป็นหนังแอ็กชันดราม่ารุ่นเก่าที่ทำออกมาได้ดีมากอีกเรื่องหนึ่งครับ เรียกว่าครบเครื่องทั้งการแสดงดีๆ, เรื่องราวที่น่าติดตาม, ดนตรีที่พอเหมาะ และสาระชวนคิดสะกิดหัว
ออกตัวก่อนว่าผมไม่ถึงกับเป็นแฟนของหนังชุดนี้ครับ คือภาคแรกดูแล้วก็ชอบนะ สนุกดี ส่วนภาค 2 นี่รู้สึกจะเน้นระเบิดภูเขาเผากระท่อมและงานกล้องมากจนความกลมกล่อมของหนังพร่องๆ ไปพอตัว แต่ก็ยังดูได้เพลินๆ
เรื่องนี้อายุหลายปีแล้วน่ะนะครับ แต่ผมเพิ่งได้ดูเมื่อเช้าทางช่องหนังของ True พอเห็นมีเรื่องนี้ในตารางก็ตั้งเวลารอดูเลยล่ะครับ เพราะแนวหนังก็จัดว่าเข้าทางผมอยู่เหมือนกัน (เป็นแนวดราม่าบอกเล่าช่วงหนึ่งของชีวิตคนน่ะครับ)
ถ้าตีความจากชื่อไทยแล้วอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่านี่เป็นหนังแอ็กชันน่ะนะครับ แต่จริงๆ แล้วนี่คือหนังดราม่าเข้มข้นที่แม้จะไม่มีแอ็กชันมันส์ๆ แต่ก็มีเนื้อหาดีๆ และมีอะไรให้ลุ้นไม่น้อยเหมือนกัน
หนังชีวิตผสมตลกของผู้กำกับ Jim Jarmusch ที่มาในแนว 5 เรื่องสั้น in 1 ครับ แต่ละเรื่องเหตุก็จะไปเกิดบนรถแท็กซี่ต่างสถานที่แต่เวลาเดียวกัน
อะไรที่ทำให้ความรักของคนคู่หนึ่งมีความยั่งยืนยาวนาน? บางคนมองว่าคู่รักนั้นๆ จะต้องมีความเหมือนกันถึงจะเข้ากันได้แบบยาวๆ ในขณะที่บางคนก็อาจมองว่าคู่รักนั้นๆ ต้องมีความแตกต่างบางอย่าง เพื่อที่จะได้เติมเต็มซึ่งกันและกัน และนั่นแหละถึงจะทำให้พวกเขารักกันได้นานๆ
เป็นหนังตลกร้ายซ่อนเงื่อนที่มันส์ใช้ได้เรื่องหนึ่งเลยครับ โดยส่วนตัวผมออกจะชอบมากพอสมควรเพราะรสชาติมันถูกปาก จังหวะการเดินเรื่องมันเร็วและมีความเจ็บแสบแทรกซึมอยู่ในเนื้อหา อีกทั้ง 2 ดารานำก็เล่นได้ลื่นมากจนน่าปรบมือเลยล่ะ
ผมชอบหนังแนวนี้ครับ หนังที่เล่าถึงช่วงหนึ่งของชีวิตคน และตอนนี้ผมก็ถือว่าอยู่ในวัยกลางคน ก็เป็นวัยที่พอๆ กับเหล่าตัวละครในหนัง (ณ ตอนนั้น) พอดูแล้วมันเลยรู้สึกอินและเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง
ว่าตามจริงพล็อตหนังเรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากครับ ผมเชื่อว่าใครที่ดูหนังแนวสืบสวนมามากๆ น่าจะเดาอะไรๆ ได้แบบไม่ยากเย็น แต่ถึงกระนั้นแล้ว Aneesh Chaganty ที่รับหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบท (งานเขียนบทนี่เขาร่วมกับ Sev Ohanian อีกคนครับ) ก็สามารถทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตามและลุ้นได้แบบกำลังดี