ว่าตามจริง Last Night in Soho คือหนังแนวตามสืบคดีฆาตกรรมและหาตัวฆาตกรแบบที่เราเคยเห็นกันมานักต่อนักแล้วนะครับ แต่จุดที่ทำให้หนังมีความสดขึ้นมาหน่อยก็คือลีลาลูกเล่นในการเล่าเรื่องและการนำเสนอของผู้กำกับ Edgar Wright
ว่าตามจริง Last Night in Soho คือหนังแนวตามสืบคดีฆาตกรรมและหาตัวฆาตกรแบบที่เราเคยเห็นกันมานักต่อนักแล้วนะครับ แต่จุดที่ทำให้หนังมีความสดขึ้นมาหน่อยก็คือลีลาลูกเล่นในการเล่าเรื่องและการนำเสนอของผู้กำกับ Edgar Wright
ตอนดู Chicken Run รอบแรกผมก็ว่าหนังฮาดีครับ ดูสนุกดูเพลิน คลายเครียดได้เข้าท่าทีเดียว มาตอนนี้ 23 ปีผ่านไปก็ได้ข่าวว่าจะมีภาคต่อตามออกมาก็เลยเอาภาคแรกมาย้อนดูอีกสักหน ผลที่ได้ก็ยังคงสนุกสนานเหมือนเดิม
เคยไหมครับ ยามเราดูหนังสักเรื่องแล้วก็พบว่าเรารู้สึกไม่สนุกกับการดูหนังเรื่องนั้นเลยเนื่องจากมันมีอะไรบางอย่างที่เราไม่ชอบปรากฏอยู่ในนั้น เช่น ไม่ชอบมุกตลก ไม่ชอบเนื้อเรื่อง ไม่ชอบโทน หรือไม่ชอบตัวละครบางตัวที่ยิ่งดูยิ่งรำคาญ จนแทบจะหยุดดูหนังซะเดี๋ยวนั้น แต่ครั้นพอทนดูไปเกินครึ่งเรื่อง นอกจากความไม่ชอบจะค่อยๆ หายไปแล้ว มันยังกลายเป็นว่าเราชอบครึ่งหลังของหนัง ประมาณว่ามันโดนใจเราอย่างยิ่ง
โหดทะลุแดด หนังแอ็คชั่นตำรวจคู่หูที่ผสมลีลาบู๊เข้ากับเรื่องเบาสมองได้ลงตัวพอสมควรครับ
แม้ชื่อภาษาอังกฤษจะบอกว่าเป็น Tiger Cage II แต่ก็เป็นที่รู้กันสำหรับคอหนังฮ่องกงยุคนั้นครับว่าบางทีแม้ชื่อจะบอกว่าเป็นภาคต่อ แต่เอาเข้าจริงหนังเป็นคนละเรื่อง ตัวละครก็เป็นคนละตัวกัน – อันนี้โดยส่วนตัวผมไม่มองว่าเป็นหนังภาคต่อครับ แต่มองว่าหนังเป็นคอลเลคชั่นเดียวกันอะไรประมาณนั้น เพราะกำกับโดย หยวนหวู่ปิง (Woo-Ping Yuen) เหมือนกันทั้งภาคก่อน ภาคนี้ และภาคต่อจากนี้
The Bank Job นี่ชอบตั้งแต่รอบแรกที่ดู ครั้นมาดูรอบใหม่ก็ยังชอบอยู่ครับ เพราะหนังมันเข้มข้นได้ที่เหลือเกิน
ดูหนังรอมคอมของ Netflix มาก็มาก แต่ดูเหมือนจะยังไม่มีเรื่องไหนชนะใจผมได้แบบเต็มๆ สักทีครับ หลายเรื่องเลยที่บรรยากาศดี แต่ตัวหนังยังไม่กลมกล่อมแบบเต็มๆ หรือยังดีได้อีกอะไรประมาณนั้น
The Super Mario Bros. Movie ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของการทำหนังนะครับ บทเรียนที่ว่าคือ การตระหนักเสียก่อนรู้ว่าตนเองคือใคร แล้วก็เดินหน้าที่อะไรที่มันเหมาะสมกับความเป็นตัวเอง แล้วผลที่ได้ก็จะออกมาเข้าท่าเอง (ยกเว้นจังหวะซวยจริงๆ ก็ว่ากันอีกเรื่อง)
กิจวัตรยามเช้าในช่วงหลายวันมานี้ของผม หลังจากส่งลูกไปโรงเรียนแล้ว ก็จะมาเปิดดูหนัง Feel Good หรือไม่ก็หนังคริสต์มาสดูครับ ยอมรับเลยว่าดูแล้วมันสุขใจ และพลอยทำให้ช่วงเวลาที่เหลือของวันมันเต็มไปด้วยบรรยากาศดีๆ แม้จะมีปัญหาแทรกซ้อนเข้ามาบ้าง แต่ก็รู้สึกว่าเรารับมือกับมันได้ด้วยใจที่เบิกบาน
ขอเกริ่นก่อนสำหรับท่านที่ไม่เคยดูหนังชุดนี้นะครับ ว่านี่ถือเป็นตอนที่ 4 ของหนังชุด Time for Me to Come Home for Christmas ที่สร้างโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Time for Me to Come Home ของ Blake Shelton และจากหนังสือชื่อเดียวกับเพลงที่เขียนโดย Dorothy Shackleford (ซึ่งก็คือแม่ของ Blake Shelton) และ Travis Thrasher