Nobody เรื่องนี้ นิยามได้สั้นๆ ว่า “อย่างมันส์!”
Nobody เรื่องนี้ นิยามได้สั้นๆ ว่า “อย่างมันส์!”
หนังย้อนยุคสไตล์นี้ ต้อง Ridley Scott ครับ
ผมดู Spider-Man ภาคนี้ไป 2 รอบครับ รอบแรกดูในฐานะหนังปิดเฟส 3 ของจักรวาล Marvel เป็นการดูต่อจาก Avengers: Endgame ส่วนรอบ 2 เป็นการเอามาดูต่อกันตั้งแต่ฉบับ Tobey ต่อด้วย Andrew ดูเพื่อเตรียมไปสนุกกับภาค No Way Home
Don’t Look Up ถือว่าอยู่ในหมวดหนังตลก
ทุกวันคริสต์มาสผมจะต้องเอา A Christmas Carol สักเวอร์ชั่นหนึ่งมาดูครับ เพราะมันเข้ากับบรรยากาศและสาระสำคัญของเรื่องราวมันช่วยกระตุ้นเตือนบางสิ่งเกี่ยวกับชีวิต ให้ย้อนรำลึกถึงสิ่งที่เราเคยทำ สิ่งที่เราทำอยู่ และสิ่งที่จะเกิดขึนต่อไปในอนาคต (อันเป็นผลจากการกระทำของเรา)
ผมชอบ Last Christmas ตั้งแต่รอบแรกที่ดูครับ อาจไม่ถึงกับชอบแบบสุดๆ แต่โดยรวมแล้วผมชอบสิ่งที่หนังนำเสนอและชอบโทนของหนังครับ
เป็นหนังคริสต์มาสอีกเรื่องที่ผมเอามาดูซ้ำหลายรอบอยู่ครับ เพราะหนังมันครบเครื่องสำหรับหนังผจญภัยวันคริสต์มาสต์แบบกำลังดี
ใครที่ตามอ่านผมมาจะทราบดีว่าผมนั้นโปรดปรานหนังคริสต์มาสมากเพียงไหน และมักจะบอกอยู่เป็นระยะว่าหนังคริสต์มาสที่เนื้อหาดีๆ ดูแล้วสนุกและอบอุ่นนั้นหาดูได้ยากขึ้นเรื่อยๆ (จริงๆ คือไม่เจอมาหลายปีแล้ว) แต่ตอนนี้ผมเจอแล้วครับ หนังคริสต์มาสครบรสที่มีทั้งความสนุก เนื้อหาชวนให้ย้อนไปถึงสมัยเด็กๆ และที่สำคัญที่สุดคือมาพร้อม “หัวใจแห่งวันคริสต์มาส”
เรื่องนี้นี่จัดว่าเข้าทางผมเลยครับ เป็นหนังว่าด้วยปริศนาซ่อนเงื่อน เดินเรื่องเหมือนนิยายที่เปิดไปทีละหน้าๆ ให้เราค่อยๆ รู้จักตัวละคร ค่อยๆ สังเกตรายละเอียดและความผิดปกติบางประการที่เกิดขึ้น ก่อนที่ปมจะเริ่มเปิดให้เราคอยติดตามว่าเรื่องมันจะไปทางไหนต่อ
ไม่รู้ว่าจะได้ดูภาคต่อของฉบับนี้เมื่อไรน่ะนะครับ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยภาคแรกนี่ก็ถือว่าทำออกมาได้เข้มข้น นำเสนอเรื่องราวได้ดี และคู่ควรแก่การดูซ้ำอยู่เหมือนกัน