ลังจากคั่วมานานแสนนานสำหรับภาคที่สี่ของ Die Hard ก็รอกันมานานพอดูนะครับ เพราะมันมีโปรแกรมว่าจะสร้างมาตั้งแต่ภาคสามดังใหม่ๆ แล้วล่ะครับ ว่ากันว่าภาคที่สี่จะชื่อว่า Die Hard 4: Tear of the Sun ซึ่งจะให้ตัวร้ายเป็นชาวญี่ปุ่นมาก่อการในประเทศอเมริกา
ลังจากคั่วมานานแสนนานสำหรับภาคที่สี่ของ Die Hard ก็รอกันมานานพอดูนะครับ เพราะมันมีโปรแกรมว่าจะสร้างมาตั้งแต่ภาคสามดังใหม่ๆ แล้วล่ะครับ ว่ากันว่าภาคที่สี่จะชื่อว่า Die Hard 4: Tear of the Sun ซึ่งจะให้ตัวร้ายเป็นชาวญี่ปุ่นมาก่อการในประเทศอเมริกา
บอกตรงๆ ว่าพอคว้าหนังชุด Die Hard มาดูต่อกัน 3 ภาครวดแล้วมันเหนื่อยยังไงก็ไม่ทราบนะครับ ยิ่งดูภาคนี้นี่เหนื่อยโคตรๆ เพราะคราวนี้พี่จอห์น แมคเคลน (Bruce Willis) แกไม่ได้พักเลยน่ะฮะ วิ่งทั่วนิวยอร์คจนสงสัยว่าพี่แกไปอัดยาบ้ามารึเปล่า ถึงได้คึกเสมอต้นเสมอปลายแบบนี้
และเมื่อภาคแรกประสบความสำเร็จ ภาคต่อย่อมต้องตามมาครับ กับเรื่องราวที่ใหญ่กว่า และมีระเบิดกับกระสุนในปริมาณที่มากกว่า
จอห์น แม็คเคลน (Bruce Willis) นายตำรวจจากนิวยอร์ค ที่เดินทางมา แอล.เอ เพื่อหาลูกเมีย ซึ่ง ฮอลลี่ (Bonnie Bedelia) ภรรยาของเขาทำงานอยู่ที่ตึกนากาโตมิครับ เขาก็ไปคอยเธอที่นั่น
ว่าง่ายๆ เลยนะครับ การผจญภัยหนที่ 2 ของทีมพิทักษ์จักรวาลยังคงสนุก มันส์ ฮา และดูเพลินไม่ผิดหวังครับ เพียงแต่ความสดกับความกลมกล่อมบางประการอาจไม่เท่าภาคแรกเท่านั้นเอง
หนังเรื่องนี้ดังแค่ไหนคงไม่ต้องสาธยายนะครับ เอาเป็นว่าเรื่องนี้แจ้งเกิดให้ Keanu Reeves, Sandra Bullock และผู้กำกับ Jan de Bont แบบถ้วนหน้าถ้วนตากันกับเรื่องราวหนังแนวโปลิศจับวายร้ายโรคจิต นายตำรวจหนุ่มแจ๊ค ทราเว่น (Reeves) ที่ต้องมาต่อกรกับฮาวเวิร์ด เพย์น (Dennis Hopper) มือระเบิดที่ขู่จะถล่มรถเมล์คันหนึ่งพร้อมผู้โดยสารให้แหลกราญหากตำรวจไม่ยอมจ่ายค่าไถ่ให้มัน
คำจำกัดความที่ผมมีให้หนังเรื่องนี้ก็คงเป็นว่า “หนังสนุก เนื้อเรื่องเล่าได้พอเหมาะ แต่อาจจะไม่ได้มันส์ระเบิดระเบ้ออะไร” ว่าง่ายๆ คือถ้าคาดหวังแอ็กชันมันส์ๆ เร้าๆ ล่ะก็ คงต้องขอให้เผื่อใจไว้บ้างครับ
ออกตัวเลยว่า ผมเขียนบทความนี้ในฐานะ คนที่เคยเผชิญกับ “ความกลัว” ที่เคยมีต่อเพนนีไวส์เมื่อประมาณ 25 ปีก่อน…
ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างผมหรือเปล่านะครับ แต่ส่วนมากพอได้ยินชื่อ Arnold Schwarzenegger ทีไร มันต้องมีชื่อผู้กำกับ James Cameron ผุดขึ้นมาควบคู่ด้วยทุกทีไป
ผมรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้ อารมณ์ตัวเองกำลัง Down… ดูหนังจบประมาณบ่ายสองกว่าๆ จำได้ว่าออกจากโรงพร้อมความรู้สึก Down และรู้สึกเฮิร์ทนิดๆ ที่ใจ มาถึงตอนนี้จะห้าทุ่มแล้ว ผมก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่… แน่นอนว่าที่ผมรู้สึกแบบนี้ก็เนื่องมาจาก Captain America: Civil War นี่แหละ