ผมให้เรื่องนี้สามดาวครับ
ผมให้เรื่องนี้สามดาวครับ
Diary of a Wimpy Kid 3 ภาคแรกถือเป็นหนังสนุกสุดเพลินที่ดูได้เรื่อยๆ ครับ ทีมดาราเล่นกันได้พอเหมาะ และแต่ละตอนก็มีครบทั้งอารมณ์ขันและเนื้อหาสาระดีๆ ที่สำคัญคือยิ่งดูก็ยิ่งคุ้นกับทีมดาราหน้าเดิมๆ
หนังดีอีกเรื่องที่จัดว่าโดนใจทีเดียวครับ มันเป็นส่วนผสมระหว่างหนัง Feel Good กับ Feel Suck กล่าวคือมีทั้งส่วนที่ดูแล้วเกิดความหวังและพลังชีวิต แล้วก็มีส่วนที่ดูแล้วตระหนักถึงด้านเฮงซวยของชีวิตอยู่เหมือนกัน
Hick เป็นหนังดราม่าผสมตลกร้ายที่มีน้องหนูผู้น่ารักและเล่นหนังเก่งอย่าง Chloë Grace Moretz นำแสดงครับ
วรรณกรรมเยาวชนสุดฮิตอีกเรื่องที่ถูกนำมาทำเป็นหนังนะครับ กับเรื่องของ 3 พี่น้องตระกูลโบดแลร์ อันประกอบด้วย ไวโอเล็ต (Emily Browning) พี่สาวคนโตผู้ชาญฉลาด, เคลาส์ (Liam Aiken) น้องชายคนกลางผู้รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ และซันนี่ (มีเด็กน้อย 2 คนผลัดกันแสดงครับ คือ Kara Hoffman และ Shelby Hoffman) น้องนุชสุดท้องที่กำลังอยู่ในวัยใช้ฟันกัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ซึ่งจู่ๆ พวกเขาต้องมาสูญเสียพ่อแม่ไปอย่างมีเงื่อนงำในเหตุไฟไหม้ ทั้ง 3 จึงต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า
รู้ไหมครับ ตอนเป็นเด็ก ผมชอบทำอะไร… ชอบเอาหุ่นเซนต์เซย่ากับตุ๊กตาสิงโตมาสู้กัน
ในฐานะที่ตามดูหนังพี่ต้อม ยุทธเลิศมาสิบกว่าปี ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดเสมอยามดูหนังของพี่เขาคือ หนังมักจะมีจุดโดนๆ ในช่วงต้น พอมาถึงกลางเรื่องก็มักจะมีจุดที่ทำให้รู้สึกแย้งในใจเล็กๆ หรือรู้สึกว่า “มันไม่ใช่แฮะ”
มีมาให้แนะนำอีกแล้วครับสำหรับคนชอบหนัง Feel Good (แม้เรื่องนี้อาจจะผสมๆ อารมณ์ Feel Suck เข้าไปด้วยก็เถอะ 555)
บอกตรงๆ ว่าพอดูหนังจบ ผมรู้สึกได้เลยว่า “ใจผมมันชำรุด” ครับ เล่นเอานั่งนิ่งที่เก้าอี้ไปพักหนึ่ง ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ใช่เพราะหนังไม่ดีนะ จริงๆ ต้องบอกว่ามันดีจนเรารู้สึก Deep และรู้สึก Down ไปกับมันเลยทีเดียว
ถ้าถามว่าระยะหลังๆ มานี้ผมจดจ่อติดตามผลงานของผู้กำกับคนไหน ก็ตอบได้เลยว่าคนที่มาเป็นอันดับต้นๆ คือ Nancy Meyers