บอกตรงๆ ว่าพอดูหนังจบ ผมรู้สึกได้เลยว่า “ใจผมมันชำรุด” ครับ เล่นเอานั่งนิ่งที่เก้าอี้ไปพักหนึ่ง ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ใช่เพราะหนังไม่ดีนะ จริงๆ ต้องบอกว่ามันดีจนเรารู้สึก Deep และรู้สึก Down ไปกับมันเลยทีเดียว
บอกตรงๆ ว่าพอดูหนังจบ ผมรู้สึกได้เลยว่า “ใจผมมันชำรุด” ครับ เล่นเอานั่งนิ่งที่เก้าอี้ไปพักหนึ่ง ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ใช่เพราะหนังไม่ดีนะ จริงๆ ต้องบอกว่ามันดีจนเรารู้สึก Deep และรู้สึก Down ไปกับมันเลยทีเดียว
ถ้าถามว่าระยะหลังๆ มานี้ผมจดจ่อติดตามผลงานของผู้กำกับคนไหน ก็ตอบได้เลยว่าคนที่มาเป็นอันดับต้นๆ คือ Nancy Meyers
จริงๆ หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นอะไรที่เข้าทางผมมากเลยครับ เพราะเป็นหนังดราม่าที่จับเอาช่วงเวลาหนึ่งของคนมาบอกเล่า ซึ่งหนังสไตล์นี้ที่ผมชอบก็ยกให้ American Graffiti, Stand By Me และหนังตระกูล Before Sunrise ทั้งหลาย
ปี 2551 (2008) นั้นถือเป็นปีแห่งรวมญาติบนจอหนังเลยล่ะครับ เราได้เจออินเดียน่า โจนส์ลากสังขารมาหาขุมทรัพย์ แล้วยังได้เจอพ่อหนุ่มคนซื่อเมืองสุพรรณ บุญชู บ้านโข้ง (สันติสุข พรหมสิริ) พร้อมโมลี (จินตหรา สุขพัฒน์) และผองเพื่อนครบก๊วน งานนี้ยังหอบลูกชายชื่อว่าบุญโชค (ธนฉัตร ตุลยฉัตร) มาแนะนำให้เรารู้จักกันด้วย
ครองตำแหน่งชื่อตอนยาวยืด พิสดารที่สุด และยังมีประเด็นดีๆ อัดแน่นไม่แพ้ภาคสอง
แฟนหนังไทยงงกันไปพักหนึ่ง ที่จู่ๆ บุญชูดันก้าวกระโดด จาก 1, 2 ไป 5 เฉยเลย จนมีคนถามว่า 3, 4 น่ะไปไหน แล้วคนสมัยนั้นก็เอามาอำกันว่า “อ้อ 3 4 ไปรังสิต” วิญญาณพี่หยอยเข้าสิงแท้ๆ แหม ของเขาแรงจริง
ภาคนี้ทำเงินมากกว่าและได้รับการขนานนามว่าดีกว่าภาคแรก ในแง่คุณภาพ อาจเรียกได้ว่าดีที่สุดในหนังชุดนี้!
นี่คือเรื่องราวตอนแรกที่แนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับหนุ่มสุพรรณคนซื่อผู้นี้ครับ
รักมันใหญ่มาก ก็เป็นหนังแนวรักแบบ 4 in 1 นั่นแหละครับ ซึ่งสรุปคร่าวๆ ได้ตรงนี้เลยว่าทำออกมาได้ไม่เลว ดูได้เพลินๆ ตามมาตรฐานหนังแนวนี้น่ะนะครับ
หนังกึ่งสารคดีที่น่าสนใจอีกเรื่องครับ เนื้อหาว่าด้วยการตามติดชีวิตเด็กกลุ่มหนึ่งที่ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อสานต่ออนาคตของตน ก็เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนที่เคยผ่านสนามสอบนี้น่าจะจำกันได้ล่ะครับ สมกับคำโปรยบนในปิดว่าเป็นช่วงที่เรานั้นขยันที่สุดในชีวิตจริงๆ