ท่านใดชอบหนัง Feel Good ปรุงน้อยแต่อร่อยพอเหมาะ (คือไม่ถึงขั้น Feel Real แต่ก็ไม่ได้ปรุงแต่งใส่สีอะไรมาก) และผสมด้วยเรื่องราวของเสียงเพลงล่ะก็ ผมขอแนะนำเรื่อง La famille Bélier ให้ลองไปลิ้มกันได้เลยครับ ^_^
ท่านใดชอบหนัง Feel Good ปรุงน้อยแต่อร่อยพอเหมาะ (คือไม่ถึงขั้น Feel Real แต่ก็ไม่ได้ปรุงแต่งใส่สีอะไรมาก) และผสมด้วยเรื่องราวของเสียงเพลงล่ะก็ ผมขอแนะนำเรื่อง La famille Bélier ให้ลองไปลิ้มกันได้เลยครับ ^_^
Paper Towns อาจไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบอะไรมากมายนะครับ แต่มันโดนใจผม เพราะมันมาพร้อมพล็อตแบบที่เข้าทางผมอย่างแรง นั่นคือหนังว่าด้วยการผจญภัยเล็กๆ ในหนึ่งค่ำคืนของหนุ่มสาว (คล้ายๆ Before Sunrise หรือ Before We Go แต่ไมเ่หมือนซะทีเดียว) ผสมเข้ากับประเด็นเกี่ยวกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่เดินทางไปทำอะไรสักอย่างด้วยกัน (แบบ Stand By Me)
ผมตกหลุมรัก Before Sunrise ตั้งแต่ตอนดูรอบแรกเมื่อ 17 ปีก่อน ^_^
Hector and the Search for Happiness เป็นหนังที่น่าสนใจดีครับ เรื่องราวว่าด้วยเฮคเตอร์ (Simon Pegg) จิตแพทย์หนุ่มที่น่าจะมีชีวิตอันแสนสุข เพราะงานที่ทำก็ประสบความสำเร็จ มีคนมาให้บำบัดไม่ขาดสาย อีกทั้งยังได้แต่งงานกับสาวสวยสุดเก่งอย่างคลาร่า (Rosamund Pike) อีกด้วย
Hotel Transylvania หนังการ์ตูนสนุกๆ ที่ดูเพลินกำลังดีครับ ตอนแรกผมก็ไม่คาดหวังนะ ครั้นพอดูมันก็ตอบโจทย์ความบันเทิงได้ดีทีเดียว
If I Stay ถือเป็นหนังดราม่าที่รสชาติกลมกล่อมเข้าตาและได้อารมณ์ไม่เลวทีเดียวครับ
ถ้าใครโปรดปรานหนังชีวิตวัยรุ่นสไตล์ The Fault of Our Stars, Paper Towns, The Kings of Summer, The Way Way Back หรือ The Perks of Being a Wallflower ล่ะก็ ผมขอแนะนำเรื่องนี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งครับ
สิ่งแรกที่ผมทำหลังดู Project Almanac จบ คือเดินไปหยิบ The Butterfly Effect มาดูต่อทันที ^_^
ผมคงร่ายไม่ยาวเท่าไรสำหรับ Boychoir ซึ่งจริงๆ ก็ถือว่าเป็นหนังว่าด้วยดนตรีที่ดีเรื่องหนึ่งเลยล่ะครับ เพียงแต่มันอาจยังไม่ตรงใจผมในหลายๆ ส่วน
We Are Your Friends จัดเป็นหนังวัยรุ่นตามฝันแบบเดียวกับ Step Up เพียงแต่เปลี่ยนโจทย์ความฝันจาก “การเต้น” มาเป็น “ดีเจ” ครับ