ผมมองว่าหนังเรื่องนี้ไม่เชิงเป็น Feel Good ครับ และขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับ Feel Real แต่มันออกแนว Feel Warm คือดูแล้วอาจไม่ถึงกับทำให้เรารู้สึกว่าโลกสวยขึ้นมาแบบทันตาเห็น แต่ดูแล้วมันอบอุ่น กินใจ ติดดิน เรียบง่าย และงดงามแบบกำลังเหมาะ
ผมมองว่าหนังเรื่องนี้ไม่เชิงเป็น Feel Good ครับ และขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับ Feel Real แต่มันออกแนว Feel Warm คือดูแล้วอาจไม่ถึงกับทำให้เรารู้สึกว่าโลกสวยขึ้นมาแบบทันตาเห็น แต่ดูแล้วมันอบอุ่น กินใจ ติดดิน เรียบง่าย และงดงามแบบกำลังเหมาะ
Pitch Perfect กำลังจะปิดตำนานด้วยภาค 3 ที่จะฉายปลายปีนี้น่ะนะครับ บอกตรงๆ เลยว่าผมก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ นะ ว่าหนังจะปิดตำนานได้ดีไหม ซึ้งไหม ว่าง่ายๆ คือแอบเอาใจช่วยอยู่ครับ เพราะลึกๆ ผมก็อยากดูแล้วได้อารมณ์ “อิ่ม” แบบตอนดู Pitch Perfect ภาคแรกอีกสักครั้ง
ว่าตามจริงผมชอบพล็อตของ ตัวพ่อ เรียกพ่อ นะครับ กับเรื่องคุณพ่อใบเลี้ยงเดี่ยวชื่อว่า โป้ง (แดน วรเวช) ที่ต้องเลี้ยงลูกสาวตัวน้อยเพียงลำพัง
ผมอยากขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนในการทำหนังเรื่อง ฉลุย แตะขอบฟ้า ออกมาให้ได้ชมกัน
การจะเอาวรรณกรรมอมตะอย่างเจ้าชายน้อยมาทำเป็นหนังนั้น ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากครับ จริงๆ คือเคยมีคนทำออกมาแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังไม่ถือว่าเข้าเป้านัก
นั่งคิดนิยามหนังเรื่องนี้อยู่พักหนึ่ง จะบอกว่ามัน Feel Good ก็ไม่ใช่ แต่ครั้นจะเรียกว่า Feel Real มันก็ไม่เชิง เพราะหนังจัดว่าอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 แบบที่ว่านั้นครับ
เรามาดูหนังอินเดียกันต่อนะครับ อีกเรื่องที่ผมชอบก็คือ Zindagi Na Milegi Dobara หรือชื่อไทยว่า “ลุยสุดมันส์ แดนฝันสเปน” ที่ผมขอนิยามว่าเป็น The Hangover เวอร์ชั่น “มีสติ” ครับ ^_^
Annie ฉบับล่าสุดอาจไม่ใช่หนังที่ลงตัวเต็มร้อย แต่ถ้าจะดูเอาสนุกเพลิดเพลิน พร้อมรับสาระชีวิตดีๆ ติดปลายนวมกลับไปคิดเป็นการบ้าน ก็ถือว่าหนังตอบโจทย์อะไรเหล่านี้ได้ดีพอสมควรครับ
ภรรยาผมพูดขึ้นหลังดูหนังเรื่องนี้จบว่า “เราไม่มีโอกาสที่จะทำให้วันไหนดีขึ้นได้ นอกจากวันนี้… ว่าอย่างนั้นมั้ย?” แล้วผมก็พยักหน้าตอบรับครับ ^_^ (บอกก่อนครับ บทความนี้ยาว เพราะหนังมันถูกจริตมากมาย)
เชื่อไหมครับว่าผมเพิ่งดู Slumdog Millionaire จบเมื่อวานนี้เอง