หมวดหมู่: Coming of Age Movies

A Boy Called Christmas (2021) เด็กชายที่ชื่อคริสต์มาส

A Boy Called Christmas เล่าเรื่องราวของหนุ่มน้อยนิโคลัส (Henry Lawfull) กับการออกเดินทางฝ่าป่าเขาลุยหิมะไปตามหาพ่อ (Michiel Huisman) ที่เงียบหายไปหลังรับภารกิจหาหมู่บ้านภูตเอลฟ์ที่ชื่อว่า เอลฟ์เฮล์ม แล้วนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยแห่งคริสต์มาส

8-Bit Christmas (2021)

ใครที่ตามอ่านผมมาจะทราบดีว่าผมนั้นโปรดปรานหนังคริสต์มาสมากเพียงไหน และมักจะบอกอยู่เป็นระยะว่าหนังคริสต์มาสที่เนื้อหาดีๆ ดูแล้วสนุกและอบอุ่นนั้นหาดูได้ยากขึ้นเรื่อยๆ (จริงๆ คือไม่เจอมาหลายปีแล้ว) แต่ตอนนี้ผมเจอแล้วครับ หนังคริสต์มาสครบรสที่มีทั้งความสนุก เนื้อหาชวนให้ย้อนไปถึงสมัยเด็กๆ และที่สำคัญที่สุดคือมาพร้อม “หัวใจแห่งวันคริสต์มาส”

News of the World (2020) นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์

การดูหนังเรื่องนี้ทำให้ตระหนักเลยครับว่า ระหว่าง “การอยู่ไปวันๆ” กับ “การอยู่เพื่อใครสักคน” นั้น มันมีความแตกต่างกันเพียงไหน…

The Tale of the Princess Kaguya (2013) เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่

ตำนานเจ้าหญิงคางุยะหรือเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่นั้นเป็นอะไรที่ได้ยินมานานตั้งแต่เด็กๆ ครับ พูดได้ว่าแม้จะเป็นตำนานญี่ปุ่นแต่คนรุ่นผมน่าจะคุ้นเคยกันบ้างไม่มากก็น้อย

Finding ‘Ohana (2021) ผจญภัยใจอะโลฮา

เรื่องนี้จัดว่าดูได้เพลินๆ เลยครับ สำหรับใครที่โหยหาหนังผจญภัยสำหรับทุกคนในครอบครัวแบบ The Goonies ผมแนะนำเรื่องนี้เลย คือมันอาจจะไม่ได้สุดยอดน่ะนะครับ แต่ดูเอาบันเทิงได้ มีกลิ่นอายความรักในครอบครัว และได้รสความเป็นหนังผจญภัยล่าขุมทรัพย์แบบครบสูตร

Moana (2016) โมอาน่า ผจญภัยตำนานหมู่เกาะทะเลใต้

หนังการ์ตูนของ Disney ที่ลงสูตร Princess Story ตามแบบฉบับของค่ายนี้ครับ ถ้าว่ากันถึงแก่นแล้วมันอาจไม่มีอะไรแปลกใหม่แหวกไปจากเดิม แต่ถ้าว่ากันถึงการเล่าเรื่องแล้ว ก็ถือว่ามีพัฒนาการที่น่าสนใจเหมือนกัน

The Next Karate Kid (1994) คาราเต้คิด 4

คาราเต้คิดภาคนี้เป็นภาคที่ผมผัดผ่อนในการดูมานานมากครับ เพราะได้ยินกิตติศัพท์ว่ามันไม่สนุก จนความรู้สึกอยากดูมันไม่มีเลย ถึงขนาดว่าสมัยก่อนตอนฉายให้ดูทาง HBO ผมก็ยังไม่รู้สึกอยากดู พร้อมกับคิดไปว่ามันคงไม่เข้าท่าแบบเดียวกับ Omen IV อะไรประมาณนั้น

Dora and the Lost City of Gold (2019) ดอร่าและเมืองทองคำที่สาบสูญ

ผมรู้จัก Dora ก็เพราะลูกสาวชอบดูครับ เรียกได้ว่าชอบมากเลยก็ว่าได้ นั่งดูต่อๆ กันได้หลายตอนโดยไม่เบื่อ ในขณะที่ผู้ใหญ่อย่างเรานั้นดูแล้วก็อาจจะไม่ได้ชื่นชอบอะไรมาก เนื้อเรื่องดูง่ายๆ จนหลายทีก็ง่ายเกินไป และเรื่องราวแต่ละตอนก็มีสูตรจนเหมือนดูแบบวนลูปอยู่ในที แต่มันก็มีความสุขตรงที่ได้เห็นลูกของเรามีความสุขในการดูนั่นแหละครับ

The Night Train to Kathmandu (1988) กัตมัณฑุ สุดหัวใจที่ปลายทาง

พออ่านจากชื่อเรื่องแล้ว ผมก็คิดไปว่าหนังน่าจะเกี่ยวกับคืนหนึ่งบนรถไฟที่ชายหญิงแปลกหน้าได้มารู้จักกันและแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตแก่กัน (แบบ Before Sunrise) แต่พอได้ดูนี่ไปคนละเรื่องเลยครับ ไม่ใช่แบบที่คิดเลย