ชื่อเรื่องผมว่าน่าสนใจนะครับ มันสะดุดใจผมแต่แรกทีเดียว “วันคริสต์มาส ในเดือนพฤศจิกายน” งั้นหรือ? แสดงว่ามันต้องมีเหตุอะไรสักอย่างให้เป็นเช่นนั้น คำถามคือมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?
ชื่อเรื่องผมว่าน่าสนใจนะครับ มันสะดุดใจผมแต่แรกทีเดียว “วันคริสต์มาส ในเดือนพฤศจิกายน” งั้นหรือ? แสดงว่ามันต้องมีเหตุอะไรสักอย่างให้เป็นเช่นนั้น คำถามคือมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?
นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งรีวิวที่ผมจะไม่ร่ายยาวนะครับ เพราะชีวิตนี้ดูหนังที่ดัดแปลงจากวรรณกรรม A Christmas Carol ของ Charles Dickens ไปถึง 4 เวอร์ชั่นแล้ว (คือของปี 1984, 1999 แล้วก็ Scrooged ที่เปลี่ยนเหตุการณ์มาเกิดในยุคปัจจุบันนำแสดงโดย Bill Murray แล้วก็ Ms. Scrooge หนังปี 1997 ที่เปลี่ยนเพศคุณสครูจจอมตืดให้กลายเป็นผู้หญิงแทน อันนี้แสดงโดย Cicely Tyson) และ A Christmas Carol ฉบับแอนิเมชั่นของ Robert Zemeckis นี่ก็จะเป็นเวอร์ชั่นที่ 5 พอดีครับ
เรื่องราวบทที่ 3 ที่สานต่อจาก The Christmas Shoes และ The Christmas Blessing นะครับ โดยยังคงสร้างจากบทประพันธ์เล่มต่อมาของ Donna Van Liere เช่นเคย เรียกว่าเขียนและได้รับความนิยมจนครบเป็นไตรภาคเลยครับ
นี่คือเรื่องราวต่อจาก The Christmas Shoes นะครับ สร้างจากนิยายเล่มถัดมาของ Donna Van Liere เป็นเหตุการณ์หลายปีให้หลังของเนธาน แอนดรูว์ส (Neil Patrick Harris) เด็กชายผู้พยายามหารองเท้าไปมอบให้กับแม่ที่กำลังจะตายเมื่อคราวก่อน ที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มและได้เป็นแพทย์สมความตั้งใจ
ในช่วงยุค 90 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีอีเมลล์ที่ส่งเรื่องเล่าชื่อ The Golden Slippers ฟอร์เวิร์ดไปตามเมลล์ต่างๆ จนคนส่วนใหญ่ในอเมริกาได้อ่านเรื่องราวของเมลล์ฉบับนี้ เนื้อหาว่าด้วยเด็กที่อยากซื้อรองเท้าไปให้แม่ที่กำลังจะตายจากอาการป่วย ซึ่งเธออาจอยูไม่พ้นช่วงวันคริสต์มาสของปีนั้น
A Christmas Carol คือวรรณกรรมระดับคลาสสิกของ Charles Dickens ที่ถูกนำไปดัดแปลงทำเป็นหนังบ่อยมากครับ และส่วนใหญ่ผลที่ได้ออกมาก็ค่อนข้างน่าพอใจ ส่วนสำคัญก็เพราะสาระเนื้อหาในนิยายนั้นมีดีในตัวอยู่แล้วครับ ดังนั้นไม่ว่าจะทำออกมากี่ทีมันก็ถือว่า “ดี” แต่จะดีมากดีน้อยก็ย่อมแล้วแต่คนปรุงว่าจะปรุงหนังออกมาให้กลมกล่อมได้อารมณ์และได้คุณค่าหรือไม่
นี่คือหนังคริสต์มาสง่ายๆ สำหรับฉายทางทีวีที่ดูแล้วก็ให้ความรู้สึกที่ดีไม่น้อยเลยครับ
ผมชอบเทศกาลคริสต์มาสครับ จะว่าผมกระแดะ ดัดจริต หรืออะไรก็ไม่ว่ากัน แต่ผมรักวันคริสต์มาสในฐานะวันแห่งความรู้สึกดีๆ เทศกาลแห่งความอบอุ่น เป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศก็ดี ของประดับตามทางก็สวยงาม และเป็นวาระให้คนมากมาย “Slow” ชีวิตตัวเองลงบ้าง
หนังคริสต์มาสอบอุ่นๆ อีกเรื่องที่ดูแล้วเพลินกว่าที่คิดครับ ยอมรับว่าตอนแรกไม่คาดหวังอะไรเพราะดาราก็ไม่ได้ดึงดูดขนาดนั้น แต่ครั้นได้ดูแล้วถือว่าเวิร์กและให้ความรู้สึก Feel Good ได้มากกว่าที่คิด
ผมมี 2 แรงจูงใจใหญ่ๆ ในการดูหนังเรื่องนี้ครับ แรงจูงใจแรกคือเพราะมันเป็นหนังว่าด้วยวันคริสต์มาส หนึ่งในเทศกาลที่ผมชอบ และหากทำดีๆ แล้ว หนังจะมีอะไรให้ Feel Good พร้อมทั้งมีความอบอุ่นมอบให้กับเราได้เสมอ