หมวดหมู่: Action Sub-genres

Atomic Blonde (2017) บลอนด์ สวยกระจุย

ด้วยความที่การโปรโมตเน้นไปที่ความเป็นหนังแอ็กชัน อีกทั้งยังเน้นว่ากำกับโดย David Leitch ที่ร่วมกำกับ John Wick อีก จึงไม่แปลกครับที่หลายคนจะคิดว่านี่จะต้องเป็นหนังบู๊สาดกระสุนแบบ John Wick

Once Upon a Time in Mexico (2003) เพชฌฆาตกระสุนโลกันตร์

ตอนสุดท้ายปิดตำนานของ El Mariachi ครับ เอล มาริอาชี่ (Antonio Banderas) นักฆ่ากีตาร์ปินกลับมาอีกครั้ง ในภารกิจปกป้องแผ่นดินเม็กซิโกจากการรุกรานของกบฏจอมชั่วอย่าง บาริลโล (Willem Dafoe) และ มาร์เกซ (Gerardo Vigil) ซึ่งก็มีการยิงกระหน่ำ ระเบิดเมืองอุตลุดสไตล์พี่ Robert Rodriguez แกล่ะครับ

Desperado (1995) เดสเพอราโด ไอ้ปืนโตทะลักเดือด

ภาคต่อของ El Mariachi ที่ว่ากันตามจริงคือ เอาภาคแรกมารีเมคนั่นแหละครับ เพียงแค่ทุนสูงขึ้นจาก 7 พัน เป็น 7 ล้านน่ะครับ เลยทำอะไรได้มากขึ้น อย่างฉากยิงกันในบาร์อะไรเงี้ย มันดูยิ่งใหญ่ขึ้น

El Mariachi (1992) เลือดล้างเลือด

ถ้าพูดกันถึงผู้กำกับที่ทำหนังไตรภาคไว้หลายชุดนี่ เห็นทีจะต้องมีชื่อพี่ Robert Rodriguez เข้าไปร่วมด้วยอย่างแน่นอนครับ เพราะพี่ท่านทำไตรภาคไว้สามอันแน่ะ อันแรกก็เรื่องนี้ครับ อีกอันก็ From Dusk Till Dawn (ภาคแรกแกกำกับ ส่วนภาคอื่นปล่อยให้คนอื่นทำไป) และสุดท้ายก็ Spy Kids ซึ่งแต่ละอันก็มีความสนุกและความแปลกแตกต่างกันไปครับ แต่วันนี้ขอพูดถึงเรื่องนี้ก่อนแล้วกัน

ดาบปราบเทวดา (2016) Sword Master

หนังที่ดัดแปลงจากนิยาย “ซาเสียวเอี้ย” ของมังกรโบราณโก้วเล้งที่ทำให้ผมสนใจพอสมควรด้วยภาพที่สวยประหนึ่งภาพวาด ตามด้วยลีลาบู๊แบบไม่หนัก Effect เท่าไร

John Wick: Chapter 2 (2017) จอห์น วิค แรงกว่านรก 2

John Wick ภาคต่อไม่ได้ทำออกมาดูมันส์แบบมีสไตล์เท่านั้น แต่ยังต่อยอดเรื่องราวของตัวเองให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเก่า จากเดิมเป็นเรื่องของนักฆ่าที่ล้างแค้นเพราะโดนฆ่าหมา มาภาคนี้หนังนำพาเราก้าวเข้าสู่โลกของนักฆ่าแบบเต็มขั้นมากขึ้น

Equilibrium (2002) นักบวชฆ่าไม่ต้องบวช

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการโปรโมตที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ของ Miramax – Dimension เจ้าของหนังเรื่องนี้ ที่ทำท่าว่าจะไม่โปรโมตอะไรเลยครับ หนังไซไฟดีๆ นี่ตายไปกับบริษัทนี้หลายเรื่องแล้ว ทั้งๆ ที่มันเจ๋งอ้ะ อย่าง Imposter ก็อันหนึ่งแล้ว

American Ninja 4: The Annihilation (1991) อเมริกันนินจา 4 นินจาล้างนินจา

อย่าถามครับว่าทำไมหนังไม่ดีแล้วผมถึงดู คือ ผมมันพวกบ้าชนิดหนึ่งอ้ะคับ ดูแหลก แม้หนังจะไม่ดีอะไร แต่ผมก็ดูเพลินๆ พอผ่าน เพื่อดูว่าหนังเขาทำอย่างไรกันบ้าง แล้วก็ดูว่าพวกคนสร้างหนังทุนต่ำเนี่ย เขากระเสือกกระสนในการทำหนังแค่ไหน

American Ninja 3: Blood Hunt (1989) อเมริกันนินจา 3

ภาคนี้เปลี่ยนตัวเอกมาเป็น David Bradley ในบท ฌอน เดวิดสัน นักสู้นินจาเลือดใหม่ที่ร่วมมือกับ เคอร์ติส (Steve James) เพื่อนพระเอกจาก 2 ภาคก่อนช่วยกันถล่มผู้ร้าย

American Ninja 2: The Confrontation (1987) อเมริกันนินจา 2

ครับ ภาค 2 ทีมงานเดิมเลยครับ ผู้กำกับ Sam Firstenberg เจ้าเก่า นักแสดงก็ Michael Dudikoff คนเดิม (ซึ่งจะว่าไปเมื่อก่อน หนังชุดนี้ดังครับ ถือว่าแจ้งเกิดให้กับพระเอกคนนี้เลยล่ะ) แล้วก็ Steve James ในบท เคอร์ติส แจ๊คสัน คู่หูคู่บู๊ของโจ