บัณฑิตไก้เหลียงไฉ (เหลยหมิง, Lei Ming) เดินทางมาพบอาจารย์เหยียน แต่อาจารย์ไม่อยู่ครับ ทีนี้ด้วยความที่ค่ำมือแล้วเขาเลยขอพักที่นี่สักคืน แต่กลายเป็นว่าเขาเกิดต้องตาเหยียนชิวหยง (หลี่เซียงชุน, Li Hsiang Chun) บุตรสาวของอาจารย์เหยียน และได้กระทำการวางยาก่อนจะขืนใจนาง จนนางตั้งครรภ์
แต่เหลียงไฉกลับไปแต่งงานกับเหวินซู่เจิน (หลินปอ, Ivy Ling Po) และคิดทอดทิ้งชิวหยง จนนางและสาวใช้ต้องเดินทางมาเพื่อทวงความเป็นธรรม ทว่าเหลียงไฉกลับปองร้ายพวกนาง จนซู่เจินที่ทราบความทนไม่ไหว และตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือลูกผู้หญิงด้วยกัน
สมทบด้วย เซี่ยหยีชิว (Julia Hsia) ในบทรั่วหยุน สาวใช้ของชิวหยง, หลี่ลี่ลี่ (Lily Li) เป็นเชียวเอ๋อ สาวใช้ของซู่เจิน, จิงเหมี่ยว (Ching Miao) เป็นท่านเจ้าเมืองไก้ พ่อของเหลียงไฉ ส่วนหนังเขียนบทและกำกับโดย เกาลี่ (Kao Li) ครับ
อีกหนึ่งหนังหวงเหมยที่ผมประทับใจครับ สิ่งแรกที่ต้องบอกคือรสชาติของหนังเรื่องนี้จะแตกต่างจากหนังหวงเหมยส่วนใหญ่ที่จะว่าด้วยเรื่องความรักหรือความเบาสมอง แต่เรื่องนี้ออกแนวรันทดหดหู่ ถือเป็นหวงเหมยสายดาร์คก็ว่าด้วยได้ แต่ประเด็นคือหนังทำถึงครับ ต้องเริ่มจากฝีมือการแสดงของแต่ละคนที่ล้วนน่าจดจำ เริ่มจากหลินปอดาราระดับท็อปของหนังแนวนี้ที่สามารถสวมวิญญาณหญิงสาวใจเด็ดที่พร้อมเอาผิดสามี รวมถึงมีความกล้าที่จะยื่นมือเข้าขวางเรื่องไม่เป็นธรรม

ฉากที่ถือว่าเด่นมากคือตอนท้าย ตอนที่เธอต้องร้องเพลงที่มีความดุเดือดและเร้าอารมณ์ สายตาของเธอนี่ดุดันประหนึ่งจะพ่นไฟได้ พร้อมทั้งจังหวะการร้องที่เร่งเร้าได้ถึงขีด เรียกว่าใครที่ชอบหลินปอนี่ไม่ควรพลาดฉากนี้ด้วยประการทั้งปวงครับ
หลี่เซียงชุนก็ไม่น้อยหน้า เธอดูน่าสงสารมากในบทผู้หญิงที่ถูกย่ำยี ในโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ สิ่งที่น่าสลดคือเมื่อพ่อของนางทราบเรื่องการตั้งครรภ์ แทนที่จะทวงถามความเป็นธรรมให้กลับบอกให้นางปลิดชีพตนซะ อะไรเหล่านี้สะท้อนสังคมในสมัยนั้น (หรืออาจจะกระทั่งถึงสมัยนี้) ได้อย่างน่าหดหู่ ระหว่างดูนี่สารภาพครับว่าอดจะเอาใจช่วยเธอไม่ได้เลยจริงๆ
อีกอย่างที่ผมชอบหนังเรื่องนี้คือสาวใช้ในเรื่องนี่ต้องยอมรับในความสตรองของพวกเธอเลย ไม่ว่าจะรั่วหยุนหรือเชียวเอ๋อ พวกนางล้วนใจแข็งและไม่ยอมตกเป็นเหยื่อผู้ชายแบบง่ายๆ อย่างรั่วหยุนนี่คือพร้อมชนเหล่าผู้ชายเจ้าชู้ได้ทุกเวลา อีกทั้งยังไม่กลัวที่จะพูดความจริง อย่างตอนที่พวกนางไปหาเหลียงไฉเพื่อจะขอให้เขารับผิดชอบลูกในท้อง เหลียงไฉกลับให้แค่พวกนางแค่ 10 ตำลึงแล้วไล่ไป รั่วหยุนถึงกับของขึ้นถามตรงนั้นเลยว่า “10 ตำลึงก็ซื้อ 3 ชีวิตได้หรือ?”
หรือเชียวเอ๋อที่แม้บทจะน้อย แต่ยามที่เหลียงไฉเมามายและหมายจะหาเศษหาเลย นางก็ไม่มีปัญหาที่จะผลักหมอนั่นให้เซถลาโดยไม่สนนายบ่าว ยอมรับว่าแอบสะใจกับรายละเอียดเหล่านี้อยู่เหมือนกัน

ครับ หนังถือว่าออกแนวดราม่ารันทด แต่ก็มีบางฉากที่แอบหนักใจไม่ได้ คือตอนที่เหลียงไฉจับชิวหยงและรั่วหยุนไปขังไว้ในห้องเก็บฟืน และคิดจะเผาพวกทางทั้งเป็นตอนยามสาม แต่ซู่เจินทราบเรื่องเสียก่อนเลยแอบไปช่วยปล่อยพวกนาง แต่กลายเป็นว่าพอพวกนางทราบเรื่องก็เปิดปากร้องเพลงทันที คือผมก็เข้าใจแหละว่ามันหนังหวงเหมย แต่ในหัวก็คิดว่า “หนีก่อนเถอะคร้าบ ไว้พ้นภัยแล้วค่อยจัดคอนเสิร์ต” แล้วก็ตามคาดเพราะกว่าจะร้องเสร็จก็ยามสามพอดี – คือรู้แหละครับว่าหนังหวงเหมยก็จะประมาณนี้ แต่อันนี้มันแอบหนักใจจริงๆ
ชอบเลยครับเรื่องนี้ ถือว่าชอบกว่าที่คิด อ้อ และผมแทบไม่พูดถึงการแสดงของเหลยหมิงเลย เขาก็แสดงดีครับ และผมว่าเขาแสดงได้พอเหมาะด้วย คือดูออกว่าเป็นคนเจ้าชู้และสำมะเลเทเมา แต่ขณะเดียวกันก็วางมาดไว้ตัวในระดับหนึ่ง เรียกว่าพอจะอำพรางคนนอกได้ แต่กับคนดูที่เห็นพฤติการณ์มาตลอดก็จะรู้ ว่าชายคนนี้หน้าเนื้อใจเสือถึงเพียงไหน
เป็นอีกเรื่องที่แนะนำเลยครับ เพลงเพราะ ดาราดี เนื้อหาดี แต่ก็ต้องย้ำอีกทีว่าเนื้อหาหดหู่ใช่ย่อยนะครับ ท่านใดที่คาดหวังความบันเทิงหรือความเบานี่ ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าหนังไม่เบาครับ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับหนักเกิน เรียกว่ามีความพอเหมาะพอดี อันนี้ก็ต้องชมเกาลี่ด้วยครับที่คุมหนังได้อยู่มือพอตัว
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)












