พอล สเตอร์เจส (Josh Lucas) ต้องไปตรวจสอบแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล แต่ที่นั่นมีสัตว์ยักษ์จากบรรพกาลออกอาละวาดอยู่ มันคือฉลามยักษ์เมกาโลดอน!
เรื่องนี้ผมเห็นคนบ่นกันจมหูอยู่ครับ แต่พอได้ดูแล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันแย่ขนาดนั้นนะ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเคยเจอที่แย่กว่านี้มาแล้ว ประเภทเนื้อเรื่องไม่มี ดาราเล่นแข็ง งานสร้างหลอกเด็ก ฯลฯ ในขณะที่เรื่องนี้เนื้อเรื่องก็ยังพอมี ดาราก็ถือว่าเล่นได้ผ่าน งานสร้างก็ถือว่าใช้ได้ เพียงแต่มันอาจยังไม่ถึงกับสนุกเต็มขั้นเท่านั้น
อย่างแรกเลยที่อยากบันทึกไว้ก็คือ ผมนับถือพวกพี่ๆ ที่ทำงานแบบลงไปดำน้ำกลางทะเลมากๆ ครับ คือพวกพี่นี่ใจมากจริงๆ นะ ส่วนผมนี่ไม่ต้องพูดถึงล่ะ แค่จินตนาการว่าตัวเองต้องไปลอยอยู่กลางความเวิ้งว้างที่ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง แค่นึกก็สติแตกแล้ว ดังนั้น ณ จุดนี้ขอชื่นชมเลยครับ พวกพี่กล้าหาญมากจริงๆ
โอเคกลับมาเรื่องหนังนะครับ มันก็คือหนังแนวสัตว์โลกน่ารักนั่นแหละ แต่ผมว่าพล็อตและรายละเอียดต่างๆ มันก็ดูไม่เลว คือมันก็ไม่ได้ดีหรอกครับ แต่ถือว่ายังพอมีเรื่องราว เป็นการเอาหนังสัตว์ประหลาดมาผสมกันเรื่องตำนานซึ่งหนังอาจยังเล่นได้ไม่สุดกับประเด็นพวกนี้น่ะนะครับ แต่ผมว่ามันก็พอได้ข้อคิดเตือนใจอยู่
หนังสะท้อนให้เราเห็นว่าคนงานบนแทนขุดเจาะที่เป็นคนพื้นที่อย่างชาโต้ (Julio Cesar Cedillo) เขาเคารพเทพเจ้าและตำนาน ซึ่งในมุมหนึ่งอาจถูกมองว่างมงาย แต่ก็ต้องยอมรับครับว่าการเชื่อแบบนี้ก็มีผลทำให้คนเคารพยำเกรงธรรมชาติพ่วงเข้ามาด้วย พวกเขาเลยจะไม่ทำอะไรก็ตามที่เป็นการล่วงล้ำธรรมชาติจนเกินไป ในแง่หนึ่งการคิดแบบนี้ก็จะทำให้สิ่งที่พวกเขาทำมีขอบเขต ไม่เกินเลยไปจนทำให้ธรรมชาติเสียหาย
ในขณะที่คนระดับสูงของบริษัทน้ำมันก็จะมุ่งมองแต่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว ไม่สนว่าสิ่งที่ทำจะส่งผลร้ายต่อธรรมชาติหรือไม่ เลยหลับหูหลับตาไม่สนอะไรทั้งนั้น แล้วก็เดินหน้าขุดเจาะน้ำมันทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่ามันสร้างความเสียหาย – แล้วไงล่ะครับ เมกาโลดอนก็มาไง – ซึ่งผมมองว่าเมกาโลดอนเป็นเหมือนตัวแทนของหายนะน่ะครับ ในโลกจริงผลเสียของเรื่องนี้อาจไม่ใช่การอาละวาดของเมกาโลดอน แต่เป็นหายนะรูปแบบอื่นๆ แต่ประเด็นสำคัญก็คือ มันจะไม่เกิดขึ้นหากคนเราไม่รุกรานธรรมชาติจนเกินขอบเขต
ผมเลยมองว่าหนังก็พอมีประเด็นครับ เพียงแต่การนำเสนอมันอาจจะยังไม่สุด ยังไม่เนียน- บางช่วงนี่ออกแนวยัดเยียดก็มี – มันเลยอาจจะมีส่วนทำให้หนังดูประดักประเดิดไปบ้าง
และที่คอหนังสยองน่าจะบ่นก็คือ พื้นที่ความสยองหรือตื่นเต้นลุ้นระทึกมันไม่มากนักครับ เอาแค่เมกาโลดอนนี่ก็โผล่น้อยกว่าที่คิดแล้ว ซึ่งผมว่าส่วนหนึ่งคงเพราะทุนจำกัดด้วยแหละ เลยพอจะเข้าใจที่หลายคนรู้สึกว่ามันไม่ตอบโจทย์ เพราะแทนที่จะใส่ฉากสยองตื่นเต้นลงมาเยอะๆ กลับเน้นเรื่องประเด็นความเชื่อเสียมาก และการเล่าเรื่องในพาร์ตดราม่าที่มีปม มีจุดขัดแย้ง แล้วก็มีเรื่องการไถ่บาปผสมลงไป จริงๆ ผมว่าพอได้นะ แต่ก็ไม่แปลกใจเหมือนกันหากหลายท่านจะมองว่ามันดูพยายาม มันยังดูไม่กลมกล่อมเท่าไหร่
ส่วนตอนท้ายผมว่าก็โอเคครับ แม้มันอาจจะดูจงใจให้ซึ้งหน่อยก็เถอะ – จริงๆ พอมานั่งถอดสมการหนังเรื่องนี้ดูแล้ว ผมว่าถ้าท่านดูแบบปล่อยจอยไม่คาดหวัง หนังน่าจะพอไหวสำหรับท่านครับ แต่ถ้าท่านมีสัมผัสที่ไว ประเภทว่าเจออะไรตรงไหนดูประดิษฐ์มากหน่อยก็จะรู้สึกสนุกน้อยลงทันที ถ้าท่านเป็นโหมดนั้นล่ะก็ หนังเรื่องนี้น่าจะไม่เวิร์คสำหรับท่านครับ – เพราะผมก็ยอมรับนั่นแหละว่าหนังมันดูประดิษฐ์ในหลายๆ วาระจริงๆ
หนังกำกับโดย Adrian Grunberg แห่ง Get the Gringo และ Rambo: Last Blood ซึ่งก็บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่โอเคเท่า 2 เรื่องนั้นครับ แต่ขณะเดียวกันผมก็มองว่ามันไม่แย่นะ ถือว่าพอได้สำหรับหนังฉลาม อยู่ในขั้นกลางๆ คือดูก็ได้ไม่ดูก็ได้
ดาวครึ่งครับ
(5/10)
หมวดหมู่:Action, Drama, Horror, Monster Horror, Monster Movies, Movie Reviews












