ผมดูหนังเรื่องนี้แบบปราศจากความคาดหวังใดๆ ครับ อันที่จริงคือแอบมองหนังในแง่ลบด้วยซ้ำเพราะคะแนนนิยมของหนังเรื่องนี้ต่ำมาก ที่ IMDB คะแนนอยู่ประมาณ 4.9/10 ส่วนที่มะเขือเน่านี่นักวิจารณ์ให้แค่ 27% ยิ่งคนดูทั่วไปยิ่งแล้วใหญ่ครับ ให้แค่ 15% เท่านั้น
ผมเลยกะเปิดเรื่องนี้ดูแบบขำๆ ระหว่างทำงาน คือกะดูแบบไม่ตั้งใจอะไรมาก…
แต่ที่ไหนได้…ผมนั่งดูไป 15 นาทีเท่านั้นแหละ งานเงินไม่เป็นอันทำเลยครับ จนในที่สุดผมก็หันมาโฟกัสดูหนังเรื่องนี้แบบเต็มตัวไปเลย
หนังเล่าเรื่องของเอมี่ (Naomi Watts) คุณแม่ลูกสองที่เพิ่งสูญเสียสามีไป แน่นอนว่าชีวิตเธอก็ยังไม่เข้าที่นัก แล้วไหนจะมีช่องว่างกับโนอาห์ (Colton Gobbo) ลูกชายคนโต ที่เปลี่ยนไปมากหลังการจากไปของพ่อ
ทีนี้เหตุมาเกิดในวันหนึ่งที่เอมี่ตัดสินใจไปวิ่งออกกำลังแถบป่าแถวบ้าน วิ่งไปไกลอยู่ครับ ก่อนที่เธอจะได้ข่าวว่าตอนนี้มีเหตุการณ์มือปืนไล่สังหารคนในโรงเรียน และโรงเรียนที่ว่าคือโรงเรียนที่โนอาห์เรียนอยู่ นั่นจึงทำให้เธอต้องทำทุกวิถีทางที่จะนำพาตัวเองออกจากป่าแห่งนั้นและตรงดิ่งไปหาลูกให้ได้
เท่าที่ผมอ่านจากคำบอกเล่าของคนที่ไม่ชอบหนังเรื่องนี้ก็มีหลากหลายครับ หลักๆ ก็คือมองว่าหนังไม่สมจริง เช่นว่าโทรศัพท์รุ่นไหนยี่ห้ออะไรหรือแบตมันถึงได้อึดขนาดนั้น (เพราะเอมี่อยู่กลางป่า เลยต้องใช้โทรศัพท์ทั้งโทรหาคนและต่อเน็ตดูข่าวไปตลอดทาง) หรือไม่ก็รู้สึกว่าเธอวิ่งเข้าป่าไปมันจะไกลอะไรขนาดนั้น หรือมองว่าเธอเข้าป่าไปลึกขนาดนั้นสัญญาณโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ตมันจะเสถียรได้เบอร์นั้นเชียวหรือ หรือไม่ก็มองว่าทำไมเธอไม่หยุดอยู่กับที่ จะวิ่งพล่านไปทำไม (ประมาณว่า เอมี่น่าจะหยุดอยู่ตรงไหนสักแห่งที่ใกล้ถนน แล้วเรียกรถสักคันมารับ ไม่ต้องวิ่งพล่านมากก็ได้)
บอกตรงๆ คือผมพอเข้าใจนะ ถึงหลายเหตุผลที่คนไม่ชอบหนังเรื่องนี้ แต่ผมไม่เข้าใจอยู่อย่าง… คือไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกลุ้นและอินไปกับหนังเรื่องนี้จังเลยแฮะ
คือผมเข้าใจประเด็นที่หลายคนติดครับ ซึ่งผมก็คิดนะไม่ใช่ไม่คิด แต่กลายเป็นว่าระหว่างดูหนังนี่ผมไม่สนประเด็นอะไรทั้งนั้นน่ะครับ ใจเอาแต่จดจ่ออยู่กับการแสดงของ Watts ที่ผมถือว่าเล่นได้ดีมากในบทแม่ที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รู้ว่าตอนนี้ลูกของเธอปลอดภัยไหม ผมไม่เถียงเลยครับว่าหลายอย่างที่เธอทำอาจดูล้นหรือเกินไปบ้าง แต่การแสดงดีๆ ของเธอกับจังหวะการเล่าเรื่องมันทำให้ผมพร้อมจะวางสมองไว้ข้างๆ แล้วตั้งหน้าตั้งตาลุ้นไปกับเหตุการณ์ตรงหน้า ถึงขั้นคิดไปว่าถ้าเป็นตัวผมไปเจอเรื่องแบบนี้ก็อาจทำอะไรไม่ต่างจากเธอก็ได้ – ใช่ครับ ผมรู้สึกว่าหนังมันลุ้นพอตัวจริงๆ
อารมณ์หนังก็มาประมาณ Phone Booth หรือ Cellular น่ะครับ โอเค เรื่องนี้อาจไม่เด็ดเท่าเรื่องเหล่านั้น แต่ก็จัดไปเข้าชุดกันได้ และสำหรับผมนี่ ผมว่ามันก็ทำออกมาได้ชวนลุ้นอยู่นะ มันดูสนุกและน่าติดตามอยู่
ผมก็มานั่งพิจารณาน่ะนะครับว่าทำไมผมถึงรู้สึกโอเคกับหนัง ก็ตระหนักว่านอกจากการแสดงของ Watts ที่ผมถือว่าทำได้ดี บวกด้วยการเล่าเรื่องที่ร้อยเรียงสถานการณ์ได้อย่างชวนติดตามแล้ว ภาพโลเคชั่นที่หนังใช้มันก็เข้าทางผมด้วยน่ะครับ เพราะเอมี่ไปวิ่งในป่าใช่ไหมฮะ อ้า เลยทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ในหนังก็จะมีฉากหลังเป็นป่าไม้เขียวขจี บางแห่งก็เป็นใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ บางช่วงก็เป็นแม่น้ำมาพร้อมลำธารใส ซึ่งผมชอบภาพธรรมชาติทำนองนี้อยู่แล้วน่ะครับ สำหรับผมมันเลยกลายเป็นของเพลิดเพลินเจริญตาไป ซึ่งผมว่าตากล้อง John Brawley ก็ถ่ายภาพออกมาได้เวิร์คอยู่
และคนกำกับคือ Phillip Noyce ครับ เจ้าของผลงานอย่าง Blind Fury, Patriot Games, Clear and Present Danger, The Saint, The Bone Collector และ The Quiet American ซึ่งกับเรื่องนี้ผมว่าพี่ท่านก็เล่าหนังได้โอเคอยู่นะ จังหวะในการเล่า ในการทิ้งปม หรือสร้างระทึกผมว่าก็ใช้ได้ อาจไม่ถึงขั้นเด็ดเจ๋งเข้าเป้าเป๋ง แต่ก็ไม่ได้น่าเบื่ออะไรขนาดนั้น – อย่างน้อยก็สำหรับผมน่ะนะครับ
ผมก็นั่งคิดอยู่พักหนึ่งเหมือนกันว่าจะร่ายรีวิวนี้ออกมายังไงดี จนในที่สุดก็ทำเหมือนเดิมครับ นั่นคือคิดอย่างไรก็ว่าไปอย่างนั้น ที่เขียนไปนี่คือความรู้สึกของผมจริงๆ ทั้งหมด ซึ่งก็ต้องขอย้ำอีกทีว่ามันอาจจะต่างจากคนหมู่มากที่ดูหนังเรื่องนี้น่ะนะครับ เพราะส่วนใหญ่จะส่ายหน้ากันหมด แต่สำหรับผมแล้วหนังมันสนุกในระดับหนึ่ง น่าติดตามพอสมควร และผมยังกะว่าถ้ามีโอกาสก็จะเอามาดูซ้ำอีกสักหน
ทีนี้ก็ต้องแล้วแต่ท่านล่ะนะครับ ผมได้บรรยายความรู้สึกของผมไปเสร็จสรรพแล้ว ซึ่งผมก็ไม่สามารถจะรับประกันได้ว่าท่านจะชอบหนังเรื่องนี้เหมือนผมไหมน่ะนะครับ เอาเป็นว่าผมอยากให้ลองแล้วกันครับ ลองลิ้มสัก 15 นาที ถ้ารู้สึกว่ามันไม่แนวหรือไม่โดนก็หยุดดูได้ครับ พร้อมทั้งผมต้องขออภัยด้วยที่อาจทำให้ท่านต้องเสียเวลาน่ะนะครับ
แต่ใครดูแล้วชอบ ก็ขอให้ทราบว่า ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในข่ายชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกันครับ
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
หมวดหมู่:Movie Reviews, Thriller












