Horror

Five Nights at Freddy’s (2023) 5 คืนสยองที่ร้านเฟรดดี้

ออกตัวครับว่าไม่เคยเล่นเกมนี้เลย แต่ก็พอจะได้ยินมาบ้าง เลยดูหนังเรื่องนี้แบบไม่รู้รายละเอียดอะไร กะไว้ค่อยไปทำความเข้าใจตอนดูทีเดียวเลยแล้วกันน่ะนะครับ

ชื่อหนังก็บอกครับว่า 5 คืนสยองที่ร้านเฟรดดี้ ตัวเอกคือไมค์ (Josh Hutcherson) ที่ไปรับงานเฝ้ายามที่ร้านแห่งนี้ แล้วก็เจอกับเรื่องสยองลี้ลับที่นั่น คือตอนแรกนี่ผมก็นึกว่าไมค์จะต้องเจอเรื่องสยองมัน 5 คืนรวดเลย แต่จริงๆ ไม่ใช่ครับ คือเรื่องมันเริ่มจากคืนธรรมดาๆ ก่อน แล้วจากนั้นเรื่องแปลกๆ ถึงจะค่อยๆ เกิด โดยไมค์ก็ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่มากขึ้นๆ จนในที่สุดมันก็ไปพีคเอาคืนสุดท้ายครับ แต่เรื่องราวเป็นยังไง ลองไปตามเองน่าจะเวิร์กกว่าครับ

กลายเป็นว่าหนังไม่ได้สยองอะไรมากครับ คือก็มีบรรยากาศน่ากลัวและฉากการตายบ้างนั่นแหละ แต่มันไม่ได้โหดจัด เลือดสาดจัด หรืออวัยวะกระจุยอะไรขนาดนั้น หรือภาพการตายที่น่ากลัวๆ อบ่างมากเราก็เห็นแค่เป็นเงาแค่นั้นเอง ไปๆ มาๆ ผมว่า Willy’s Wonderland ที่โครงสร้างคล้ายกันยังดูโหดกว่าอีกครับ ดังนั้นใครหวังอะไรโหดๆ ก็ต้องปรับใจด่วนเลยครับ เพราะมันไม่ได้โหดอะไรเลย

แต่หนังจัดว่าเข้าท่าในเรื่องตัวละครครับ แต่ละคนก็มีปมชีวิต อย่างไมค์นี่ก็มีปมกับอดีต แล้วไหนจะเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูน้องสาวอีก (Piper Rubio) หรือตำรวจสาววาเนสซ่า (Elizabeth Lail) ที่แวะมาหาไมค์ที่ร้านบ่อยๆ รายนี้ก็มีรายละเอียดเหมือนกัน แต่ละคนก็มีปมเชิงดราม่าในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มากจนถึงขั้นลึกซึ้งอะไรน่ะนะครับ คือมีพอให้มันมีเนื้อเรื่องน่ะ แต่ก็ถือว่าไม่เลว อย่างน้อยก็ทำให้หนังไม่โล่งจนเกินไป

แต่ถ้าถามว่าชอบใครสุดในเรื่อง ก็คงต้องให้ Matthew Lillard นี่แหละครับ ผมว่าบททำนองนี้มันต้องแกเลยล่ะ เหมาะมากๆ

สำหรับผม หนังจัดว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษอะไร บอกตรงๆ ว่าในใจยังแอบอยากให้หนังมันหลอนกว่านี้หรือโหดกว่านี้อีกสักหน่อยด้วย แต่พอมันสยองแค่นี้ก็พยายามปรับใจรับครับ มันก็เลยอยู่ในระดับพอได้ ดูไปแบบเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ชื่นชอบอะไร แต่อย่างน้อยหนังก็ไต่ระดับเรื่องราวได้ดีครับ จากจุดเริ่มที่ดูเรื่อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ไล่ไปๆ จนมันพีคในคืนสุดท้าย ถึงแม้จะเดาอะไรๆ ได้ก็เถอะ แต่มันก็ยังออกมาโอเค ทำให้หนังพอเพลินอยู่

และนี่เป็นหนังอีกเรื่องที่มาพร้อมข้อคิด “อย่าปล่อยให้อดีตมาฉุดรั้งปัจจุบันหรืออนาคตของเรา” ก็เป็นแง่คิดที่ได้ยินมาบ่อยแล้วจากหนังหลายเรื่อง แต่กระนั้นก็ยังอยากได้ยินอยู่อีกเรื่อยๆ นะครับ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าวันไหนที่เราจะโดนอดีตมาฉุดรั้งชีวิต มีคนเตือนอยู่เรื่อยๆ ก็ถือว่าไม่เสียหาย

ในแง่รายได้นี่นับว่าสาใจคนสร้างเลยครับ โกยทั่วโลกไป $291 ล้าน จากทุนเพียง $20 ล้าน โอ้โห กำไรเพียบเลยครับ และแน่นอนว่าเราๆ ท่านๆ ก็เตรียมรอดูภาคต่อกันต่อไป

สรุปว่ามันก็เป็นหนังลึกลับสยองขวัญที่พอดูได้ครับ แต่ดีกรีความน่ากลัวก็ไม่ได้เยอะอะไร โหดสู้พวกหนังเฮียเฟรดดี้หรือพี่เจสันไม่ได้ แต่กระนั้นหนังก็ไม่ได้แย่ครับ เพียงแค่แอบคิดว่าถ้าหนังกระชับกว่านี้สัก 10 นาที อาจจะดูโอเคขึ้น – โดยส่วนตัวดูแล้วคิดถึงหนังยุค 90 น่ะครับ โครงสร้างและการเดินเรื่องมันจะไต่ระดับเรื่องราวประมาณนี้แหละ

สองดาวครับ

(6/10)