Action

Hardwired (2009) ฮาร์ดไวร์ด หยุดองค์การนรกคนฝังชิพ

ลุค กิ๊บสัน (Cuba Gooding Jr.) ประสบอุบัติเหตุทำให้เขาต้องสูญเสียภรรยาไป และตัวเขาเองก็เป็นตายเท่ากัน แต่แล้วจู่ๆ คนของบริษัท โฮป อินดัสตรีส์ก็โผล่มาและยื่นมือช่วยเหลือเขาเอาไว้ แต่ก็แน่นอนครับว่าไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอก เพราะเขาถูกติดตั้งชิพไว้ที่สมอง และบริษัทก็ตามติดควบคุมชีวิตเขา จนในที่สุดเขาต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดเรื่องนี้

หนังไม่ใช่แนวแอ็คชั่นครับ แต่เป็นไซไฟแบบชัดเจนเลย ดังนั้นใครคาดหวังความมันส์หรือฉากบู๊ก็ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่เน้นอะไรแบบนั้นครับ แต่จะเน้นโทนไซไฟ เน้นแง่มุมที่ว่าชีวิตของลุคต้องเผชิญกับอะไรบ้างเมื่อมีคนใช้วิทยาศาสตร์มาหาประโยชน์จากชีวิตของเขา ผมชอบที่หนังจิกกัดโลกของทุนนิยมตั้งแต่เริ่มเรื่องครับ เราจะได้เห็นภาพสถานที่สำคัญๆ ในอเมริกาโดนพะยี่ห้อโดยกลุ่มทุนหรือเจ้าของกิจการต่างๆ อย่างเขื่อนฮูเวอร์ที่โดนแมคโดนัลด์แปะป้ายเป็นต้น

ในแง่การเดินเรื่องก็ถือว่าเรื่อยๆ ครับ อาจเพราะผมชอบแนวไซไฟอยู่แล้วก็เลยดูได้เรื่อยๆ อาจมีน่าเบื่อบ้างเป็นพักๆ แต่ก็นั่นแหละครับ Gooding Jr. เขาพอจะประคองหนังได้อยู่ แล้วในเรื่องเราจะได้เจอกับ Val Kilmer ในบท เวอร์จิล เคิร์คฮิล ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดซึ่งตอนดูจากโปสเตอร์เราจะได้เห็น Kilmer ในภาพลักษณ์ผมสั้นดูทะมัดทะแมงราวกะจะออกลุยแอ็คชั่น แต่พอดูในหนังจริงๆ เขาจะมาในเวอร์ชั่นเนิร์ดครับ ผมยาวหน่อย แล้วก็ดูเป็นนายทุนสมองใสที่มักจะพูดพล่ามสารพัดเพื่อตักตวงประโยชน์เข้าหาตัวเอง ซึ่งพี่แกโผล่ไม่เยอะครับ แต่ทุกทีที่โผล่นี่เขาก็แสดงบทบาทได้ดีนะ

แล้วเรายังจะได้เจอ Michael Ironside แห่ง Scanners, Total Recall และ Starship Troopers ซึ่งเขาก็เหมือนกันครับ แม้จะเล่นหนังทุนไม่สูง แต่ฝีมือก็ยังคงฉายแสงได้เสมอ แล้วก็ยังมี Tatiana Maslany ที่ตอนนั้นยังไม่มีชื่อมากนัก แต่อีกประมาณ 5 ปีถัดมาเธอก็จะได้แสดงนำในซีรี่ส์อย่าง Orphan Black ส่วนกับเรื่องนี้ก็ถือว่าเธอแสดงได้แบบเรื่อยๆ ยังไม่ถึงขั้นฉายแววครับ

บอกเลยครับว่าหนังไม่ได้ดีเด่อะไรมากมาย แล้วจริงๆ พล็อตน่ะก็น่าสนใจครับ แต่เหมือนทีมงานและผู้กำกับจะยังบ่มอะไรๆ ยังไม่เข้าที่ มันเลยพอดูได้สำหรับคอไซไฟ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นน่าจดจำ – แต่พล็อตทำนองนี้ในอีก 9 ปีต่อมาก็มีคนเอาไปทำครับ แต่เรื่องนั้นทำแล้วเวิร์ก ซึ่งก็คือเรื่อง Upgrade ของ Leigh Whannell นั่นเอง

เกร็ดเล็กๆ ที่อยากนำมาบอกก็คือ แรกเริ่มเดิมทีทีมงานต้องการให้ Jean-Claude Van Damme มาแสดงนำครับ คาดว่าถ้าพี่เขามาเล่นก็คงมีแอ็คชั่นเพิ่มขึ้น แต่พอพี่เขาไม่มาและได้ Gooding Jr. ปริมาณแอ็คชั่นก็เลยลดลงตามลำดับ

หนังกำกับโดย Ernie Barbarash ที่เร็วๆ นี้ผมเพิ่งดูงานของเขาอย่าง Ticking Clock ไป ซึ่งก็บอกได้ว่าเรื่องนั้นจะเวิร์กกว่าหน่อยครับ

สรุปว่าถ้าท่านหวังแอ็คชั่นล่ะก็ ทำใจได้เลยครับ เพราะมันไม่เน้น แต่ถ้าท่านเป็นคอไซไฟก็ลองถอดความคาดหวังและลองดูหนังเรื่องนี้สักรอบก็ได้ มันอาจไม่ถึงขั้นตอบโจทย์ทั้งในแง่ไอเดียและบันเทิง แต่ผมว่ามันก็ไม่ถึงขั้นแย่น่ะครับ – แล้วหนังยังมีการทิ้งเชื้อภาคต่อไว้ด้วยนะ แต่คงเพราะหนังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ภาคต่อเลยเป็นหมันไปครับ

ดาวครึ่งครับ

(5/10)