
เป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ดูในปีนี้ครับ (ปี 2024) คือดูแบบไม่รู้อะไรเลย รู้แต่ว่าเป็นหนังแนวล่าหาสมบัติ ช่วงแรกๆ ก็ยังไม่อะไรมาก พอดูไปสักพักชักเพลิน ครั้นพอดูจบก็พบว่ามันเข้าท่าเหมือนกันแฮะ
เรื่องของ 3 เพื่อนซี้ มาร์ติน (Martin Herlihy), จอห์น (John Higgins) และ เบน (Ben Marshall) ที่ใช้ชีวิตแบบเอาฮาไปวันๆ แล้วจอห์นก็ค้นพบว่าเข็มทิศเก่าๆ ที่พวกเขาเคยเจอเมื่อสมัยเด็กๆ นั้นคือกุญแจไปสู่ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในภูเขาใกล้ๆ เมือง และมูลค่าของมันก็มหาศาลเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาอยู่อย่างสบายไปชั่วชีวิต แล้วพวกเขาก็ไปตามหามันครับ อันนำการผจญภัยเพี้ยนๆ ป่วนๆ รั่วๆ ที่จะพลิกชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล
เพิ่งมารู้หลังดูจบนี่แหละครับว่าหนังอำนวยการสร้างโดย Judd Apatow แห่ง The 40 Year Old Virgin และ Knocked Up ส่วนตัวหนังก็ออกแนวรั่วๆ ฮาๆ ทะเล้นๆ ตามสไตล์ Apatow ส่วนบทหนังเรื่องนี้ก็เขียนโดย 3 ดารานำนั่นแหละครับ ซึ่ง 3 หน่อนี้ก็เคยไปสร้างเสียงฮาในรายการ Saturday Night Live มาแล้ว และ Please Don’t Destroy ก็คือชื่อก๊วนของพวกเขานั่้นเอง
ช่วงต้นๆ สำหรับผมถือเป็นช่วงทำความรู้จักกับ 3 ตัวนำครับ พวกเขาก็ออกแนวต๊อง บ๊อง เหมือนเด็กไม่รู้จักโต ซึ่งผมว่าฮาดีนะ อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ความชอบด้วยครับ เพราะผมเชื่อว่าคงมีคนไม่ชอบตลกสไตล์นี้อยู่เหมือนกัน แต่ผมนั้นโอเคครับ เหมือนเพื่อนเพี้ยน 3 คนมาชงมุกใส่กันทั้งวัน มาบ๊องใส่กันตลอดๆ ต่อให้มุกไหนไม่ฮาก็ทำให้ยิ้มได้ไม่น้อย
อาจเพราะผมโอกับทางของพวกเขาน่ะครับ พอเข้าสู่กลางเรื่องผมเลยเริ่มเพลิน เพลินทั้งมุกที่พวกเขาผลัดกันยิง เพลินกับคาแรคเตอร์รั่วๆ และเพลินกับเรื่องการตามล่าขุมทรัพย์ที่ไม่ได้มาในแนวยิ่งใหญ่อลังการแบบหนัง Indiana Jones แต่จะออกแนวบ้านๆ ง่ายๆ แต่บอกเลยครับว่าความเพลินของหนังมันอยู่ที่คาแรคเตอร์เพี้ยนๆ ของ 3 หน่อนี่แหละ

แล้วช่วงท้ายนี่ก็มีอะไรรอเราอยู่พอสมควรครับ คือมันไม่ได้มีแค่เรื่องสมบัติ แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ รอพวกเขาอยู่อีกด้วย ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้นตามไปดูในหนังเอาเองจะสนุกกว่าครับ เพราะผมว่าส่วนหนึ่งที่ผมเพลินกับหนังเนี่ยก็เพราะไม่รู้อะไรมากนักนี่แหละ มันเลยออกแนวว่ามีอะไรมาเซอร์ไพรส์ มีอะไรที่ไม่ได้คาดคิดโผล่เข้ามาในเรื่องราว แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่าหนังน่ะเอาฮา ดังนั้นไม่ต้องไปคิดคำนึงถึงเหตุผลความเป็นไปได้ใดๆ ครับ เขาตั้งใจทำออกมาฮาๆ เพี้ยนๆ หลุดโลกๆ แบบนี้แหละ
พอลองมานึกๆ ดู ผมว่าหนังโดยรวมมันไม่ได้เจ๋งอะไรมากหรอกครับ ไม่ได้ถึงกับสนุกโคตรๆ หรือต้องดูให้ได้ แต่คงพอดีว่าผมถูกเส้นกับหนังที่มีคาแรคเตอร์สไตล์นี้ – กลุ่มเพื่อนซี้ที่เป็นเหมือนเด็กในร่างผู้ใหญ่ – แล้วมุกที่พวกเขาเล่นก็ไม่ได้เลอะเทอะเปรอะเกินไป อยู่ในขั้นรับได้ ผมเลยเอนจอยกับหนัง ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเนื้อเรื่อง การตามหาสมบัติ หรือบทสรุปในตอนท้ายถือว่าโอเค – ไม่ได้เจ๋งจัดๆ แต่ก็โอเค – สำหรับผมมันเลยเป็นหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่ได้คลายเครียดน่ะครับ ดูหนังแบบทำสมองโล่งๆ ไม่ต้องคิดอะไร ได้พักแบบเต็มๆ คงเพราะแบบนั้นผมเลยรู้สึกดีกับมัน
หนังเรื่องนี้เลยอยู่ในโซน “อยากให้ลอง” น่ะครับ ลองถามตัวเองก่อนว่าชอบหนังตลกสไตล์ Apatow ไหม ถ้าชอบก็จัดได้เลยครับ แต่ถ้าไม่ถูกจริตจะข้ามหนังเรื่องนี้ไปเลยก็ได้เช่นกัน
สองดาวกว่าๆ ครับ

(6.5/10)
หมวดหมู่:Adventure, Comedy, Movie Reviews, Treasure Hunting Movies










