
ตอนแรกผมก็นึกว่า The Power จะเป็นเรื่องของพยาบาลสาวหน้าใหม่ที่ต้องไปเดินในตึกมืดๆ คนเดียวทั้งคืน แล้วก็เจออะไรแปลกๆ โผล่มาหลอนประสาท จากนั้นเธอก็ค่อยๆ หาทางไขปริศนาเพียงลำพังอะไรประมาณนั้น… แต่มันไม่ใช่แบบนั้นแฮะ
เรื่องเกิดในปี 1974 ครับ ตัวเอกของเรื่องคือวาล (Rose Williams) พยาบาลสาวมือใหม่ที่รับหน้าที่ดูแลโรงพยาบาลตอนกลางคืน โดยที่เธอไม่ได้อยู่ที่นั่นคนเดียวครับ ยังมีเพื่อนพยาบาลประจำอยู่ในบางชั้น อีกทั้งยังมีคนงานช่างประจำอยู่ในตึกเดียวกันนั่นแหละ
แต่ทีนี้ระหว่างที่เธอเดินตรวจตราในโรงพยาบาล เธอก็สัมผัสได้ถึงอะไรแปลกๆ ครับ ไม่ว่าจะความรู้สึกเสมือนหนึ่งว่าเธอไม่ได้เดินอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่จะหันไปทางไหนก็ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นสักคน รวมถึงเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในตึกจนทั้งเธอและเพื่อนพยาบาลพากันรู้สึกได้ว่ามันชักจะแหม่งๆ… แล้วตกลงว่าในอาคารแห่งนี้มีอะไรแฝงเร้นอยู่กันแน่?
ว่าแบบไม่อ้อมค้อมคือรู้สึกกลางๆ กับหนังครับ โอเคว่ากันถึงของดีก่อน ผมว่า Williams แสดงได้ดีทีเดียวครับ ดูแล้วเชื่อเลยว่าเธอคือสาวน้อยที่ไร้เดียงสาผู้มาพร้อมเจตนาดีในการทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น และเธอยังต้องแสดงบทบาทในอีกหลายแบบซึ่งผมคงจะยังไม่สปอยล์ตอนนี้น่ะนะครับ เอาเป็นว่าบทของเธอมีรายละเอียด ยิ่งช่วงหลังๆ นี่ต้องอาศัยพลังการแสดงของเธอเยอะอยู่เหมือนกัน ซึ่งหนังก็ดูน่าสนใจรวมถึงดูชวนหลอนได้ส่วนหนึ่งก็เพราะการแสดงของเธอนี่แหละ
ขณะเดียวกันดารารายอื่นๆ ก็ถือว่ากลางๆ ครับ คือไม่ถึงกับขยี้ช่วยให้หนังน่าสนใจมากขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้หนังเอื่อยเฉื่อยจนเกินไป ทีนี้ว่ากันถึงบรรยากาศในเรื่อง ถ้าถามว่าหลอนไหม น่ากลัวไหม อันนี้ก็รู้สึกกลางๆ อีกเหมือนกัน คือยอมรับนะว่าแอบคาดหวังว่าบรรยากาศในโรงพยาบาลตอนกลางคืนมันน่าจะชวนหลอนมากหน่อย แต่กลายเป็นว่าหนังไม่ค่อยเน้นบรรยากาศชวนหลอนสักเท่าไร ประเภทโถงทางเดินโล่งๆ หรือมุมมืดๆ ตามหลืบต่างๆ หนังนำเสนอแบบเรื่อยๆ ไม่ได้ขับเน้นให้มันดูน่ากลัวหรือดูลึกลับอะไรมาก พูดตรงๆ คือดูธรรมดากว่าที่คาดน่ะครับ นี่คือถ้าว่ากันถึงบรรยากาศความหลอนนะ แล้วยิ่งในโรงพยาบาลนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเอกเพียงลำพังด้วยแล้ว ผมว่าดีกรีความน่ากลัวมันดูลดลงไป มันไม่ชวนผวาดังคาด
แต่จะบอกว่าหนังทำได้ไม่ถึงก็อาจจะไม่ใช่ครับ เพราะจริงๆ เมื่อดูหนังจนจบแล้วก็ตระหนักว่าหนังไม่ได้ตั้งใจจะดำเนินไปในทิศทางนั้น แต่หนังน่ะมีทิศทางรวมทั้งสาส์นที่อยากจะสื่อให้เรารับรู้ ซึ่งพอดูไปสักพักหากท่านสังเกตหน่อยจะเดาได้เลยครับว่าหนังกำลังจะเน้นประเด็นอะไร เพราะจะมีอยู่ฉากหนึ่งเลยที่หนังสื่อประเด็นนี้แบบเต็มๆ ว่า “หนังกำลังจะเน้นประเด็นนี้นะ” อะไรประมาณนั้นน่ะครับ

ดังนั้นการจะพูดถึงหนังก็คงต้องแยกกันเป็น 2 ส่วนครับ ส่วนแรกว่ากันถึงตัวหนังว่าน่ากลัวไหม หลอนไหม สั่นประสาทไหม อันนี้ก็ขอว่าไปตามใจคิดว่าหนังไมได้หลอนมาก ไม่ได้สั่นประสาทมาก อันที่จริงคือช่วงครึ่งหลังนี่พอหนังเปิดปมเปิดประเด็นมา เราก็พอจะเดาๆ อะไรได้หลายอย่าง รวมถึงเดาด้วยว่ามันจะจบลงตรงไหน – ยิ่งพอนึกถึงชื่อเรื่องก็ยิ่งทำให้เดาได้ง่ายขึ้นไปอีก เพราะชื่อหนังก็บอกเป็นนัยๆ อยู่แล้ว เอาเป็นว่าในแง่ความน่ากลัว ความหลอนสะพรึงถือว่ากลางๆ ครับ ก็คือน่าจะผวาสำหรับคนขวัญอ่อน แต่ถ้าใครขวัญแข็งไหนก็น่าจะนิ่งๆ
นั่นคือถ้าว่ากันถึงดีกรีความสยองน่ะนะครับ สรุปก็คือไม่ได้น่ากลัวมากนัก แต่ถ้าว่ากันถึงประเด็นสาส์นที่หนังต้องการจะสื่อ จุดนี้ผมว่าโอเคนะ หนังเลือกที่จะตีประเด็นมาเล่าแบบง่ายๆ ซึ่งก็ถือว่าตรงประเด็นดี เป็นการสะท้อนความจริงอันอัปลักษณ์อย่างหนึ่งในสังคมของเรา ซึ่งเดี๋ยวผมจะไปว่ากันในโซนสปอยล์อีกที
ดังนั้นโดยรวมแล้ว ผมว่าหนังอยู่ในระดับกลางๆ ครับ คือดูได้เรื่อยๆ ในแง่ความน่ากลัวอาจไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าหนังได้คะแนนพอสมควรกับประเด็นที่คนทำพยายามจะสื่อออกมา แต่ก็แน่นอนว่าถ้าหนังทำได้หลอนกว่านี้ ซ่อนเงื่อนซ่อนปมมีชั้นเชิงกว่านี้ หนังคงน่าสนใจขึ้นน่ะครับ
สองดาวได้ครับ

(6/10)
========
========
สปอยล์นะครับ
========
========
พอหนังเดินเรื่องไปไม่นานนัก จะมีฉากหนึ่งครับที่หนังฉายให้เราเห็นถึงโปสเตอร์ว่าด้วยการรณรงค์ให้ผู้หญิงที่โดนกดขี่หรือล่วงละเมิดทางเพศ ให้กล้าก้าวออกมาส่งเสียงเพื่อจะได้ยุติเรื่องเหล่านี้ลง พอเห็นโปสเตอร์ที่ว่าผมก็คิดทันทีว่าสงสัยหนังจะว่ากันที่ประเด็นนี้แหละ แล้วพอดูๆ ไปหนังก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
ประเด็นหลักของหนังคือการกล่าวถึงเรื่องของผู้หญิงที่โดนผู้ชายกระทำชำเรา กดขี่ข่มเหง หรือไม่ก็ล่วงละเมิด และการที่หนังใช้ชื่อว่า The Power นั้นตอนแรกเราก็อาจจะนึกว่าหนังพูดถึงการที่ไฟดับ ก็เลยใช้ชื่อว่า Power เพื่อสื่อถึงไฟฟ้า แต่จริงๆ แล้วคำว่า Power ยังหมายถึง “อำนาจ” ครับ ในที่นี้คืออำนาจของผู้ชายที่หลายยุคหลายสมัยมักจะเหนือกว่าผู้หญิง และผู้ชายบางคนก็อาศัยความได้เปรียบเชิงอำนาจเหล่านี้มาเอาเปรียบผู้หญิง โดยเฉพาะการกระทำที่สนองตัณหาตนเอง โดยการล่วงละเมิดพวกเธอ จากนั้นก็ข่มขู่ห้ามไม่ให้พวกเธอปริปาก หรือหากใครกล้าปิดปากก็จะใช้อำนาจที่มีในโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ เอามากดหัวพวกเธอ
มันคือความจริงอันแสนอัปลักษณ์ที่มีมานานในสังคมครับ ผมเชื่อเลยล่ะว่ามันต้องมีในทุกแห่งหน และแม้แต่ปัจจุบันที่โลกทางวัตถุก้าวหน้าพัฒนาไปไกล แต่โลกก็ยังคงมีคนใจทรามกระทำการข่มเหงสตรีเพศอยู่เนืองๆ จนผมพูดได้เลยว่าหัวข้อข่าวทุกวันนี้ไม่มีวันไหนที่จะไม่มีข่าวประเภทนี้ – ไม่รู้ทำไมนะ แต่ประโยคเมื่อกี้มันทำให้ผมรู้สึกหดหู่จนบอกไม่ถูก
ดังนั้นถ้าให้ว่ากันจากใจ ตัวหนังน่ะผมเฉยๆ ครับ รู้สึกกลางๆ ไม่ได้โปรดปรานอะไร แต่ผมโอเคนะที่มีคนทำหนังที่สื่อประเด็นเหล่านี้ออกมา แน่นอนว่าผมไม่แฮ้ปปี้หรอกครับที่โลกนี้มันมีประเด็นเหล่านี้เกิดขึ้นจนคนทำหนังต้องเอาประเด็นเหล่านี้มาบอกเล่า แต่ตราบใดที่โลกนี้ยังมีเรื่องแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องที่สมควรที่จะมีคนหมั่นทำหนังที่จับประเด็นเหล่านี้มาบอกกล่าวเพื่อส่งเสียงให้สังคมตระหนักว่า “ชายชั่วที่กดขี่เพศหญิงตนนี้ มีอยู่มานานแล้ว มันยังมีอยู่ และมันจะไม่หายไปไหนหากคนบนโลกไม่ร่วมกันทำอะไรสักอย่าง เพื่อทำลายล้างสิ่งเหล่านี้ให้หมดไป หรือไม่อย่างน้อยก็ทำให้มันลดจำนวนลงให้มากที่สุด”
ผีในเรื่องที่ออกอาละวาดนั้นก็คือผีที่มาพร้อมไฟแค้นอันเนื่องมาจากการโดนล่วงละเมิด ในแง่หนึ่งการที่ผีตนนี้ออกอาละวาดอาจเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนะครับ แต่ผมว่ามันเป็นการสื่อง่ายๆ เลยว่า “หลายครั้งเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ก็เกิดมาจากเรื่องไม่ถูกต้องก่อนหน้านั้น”
ผีตนนี้คงไม่ผุดออกมาหลอกหลอนทำร้ายคน หากคนต้นเรื่องไม่ทำร้ายกดขี่เอาเปรียบผีตนนี้ (ในยามที่ยังเป็นคน) ดังนั้นการจะปราบผีตนนี้ วิธีที่ควรที่สุดคือไม่ทำให้เกิดผีตนนี้มาตั้งแต่ต้น หรือว่าง่ายๆ ก็คือ ตัวมนุษย์ที่ก่อเรื่องล่วงละเมิดน่ะ ถ้าไม่ทำซะแต่แรกก็จบ
Corinna Faith คือคนเขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้ครับ ก็สำหรับตัวหนังถือว่ากลางๆ แต่มีความชัดเจนในประเด็นที่อยากจะบอก
สรุปว่าผมโอเคกับประเด็นที่หนังต้องการสื่อครับ และบนโลกใบนี้ ใบที่ยังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ บางทีมันก็ต้องมีหนังแบบนี้ทำออกมาเพื่อกระตุ้นเตือนให้คนที่หมายจะทำผิด ได้ฉุกคิดบ้างว่าตัวท่านกำลังจะให้กำเนิดผีคลั่งแค้นที่น่ากลัวออกมาหรือไม่… ภาวนาให้ท่านเหล่านั้นมีสติฉุกคิดก็แล้วกัน
บางครั้งคนทำหนังทำละคร เขาก็ตั้งใจให้คนดูหนังแล้วย้อนมาดูตัวจริงๆ นั่นแหละครับ
หมวดหมู่:Drama, Horror, Movie Reviews, Mystery, Supernatural Horror










