Action

เดอะ กัปตัน เหินฟ้าฝ่านรก (2019) The Captain

Untitled06141

แรกเริ่มเดิมทีผมเปิด เดอะ กัปตัน เหินฟ้าฝ่านรก เรื่องนี้กะเปิดดูเป็นเพื่อนระหว่างทำงานครับ แต่กลายเป็นว่าผมตัดสินใจพลาด เพราะถึงจุดหนึ่งผมเป็นอันต้องหยุดทำงานแล้วมาดูหนังเรื่องนี้แบบเต็มตัวแทน – ว่าง่ายๆ คืองานหยุดเดินชั่วคราวเพราะหนังเลยครับ

หนังถือว่าเข้าท่ากว่าที่คิดครับ กับเรื่องของเครื่องบินลำหนึ่งที่ประสบเหตุ “กระจกในห้องนักบินเกิดร้าวขึ้นมา” ตอนแรกหนังเดินเรื่องแบบชิลๆ เลยครับ แนะนำตัวละครให้เรารู้จักกับลูกเรือและผู้โดยสารแบบคร่าวๆ พอขึ้นเครื่องทุกอย่างก็ดูปกติ ไม่มีปัญหาอะไร บรรยากาศบนเครื่องนี่ดูสบายๆ พร้อมด้วยดนตรีประกอบที่ฟังแล้วได้อารมณ์เหมือนเรากำลังนั่งชิลอยู่ตามร้านกาแฟยังไงยังงั้น (ช่วงที่ว่านี่ทำงานเพลินครับ ดนตรีให้อารมณ์เหมือนไปนั่งร้านกาแฟจริงๆ)

แล้วพอถึงนาทีที่ “กระจกร้าว” เท่านั้นล่ะครับภายในอึดใจทุกอย่างพลิกไปหมด สถานการณ์ชิลๆ เปลี่ยนเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ความตื่นเต้นลุ้นระทึกไหลมาเรื่อยๆ ช่วงนี้แหละครับที่สมาธิผมเริ่มจะย้ายจากงานมาเป็นจอทีวี ทีนี้ล่ะไม่เป็นอันทำงานครับ มัวแต่มาลุ้นอยู่กับหนังว่ากัปตันจะแก้สถานการณ์ยังไง ลูกเรือจะรับมือกับความตระหนกของผู้โดยสารอย่างไร ซึ่งหนังอาจจะไม่ถึงกับลุ้นทุกวินาทีน่ะนะครับ แต่บอกได้เลยว่าสำหรับผมนี่ลุ้นเป็นส่วนใหญ่ แม้จะพอเดาอะไรๆ ได้ก็ตาม แต่ภาพตรงหน้า รวมถึงอารมณ์ต่างๆ ในหนังมันบิ้วให้เราตื่นเต้นไปด้วย

ดังนั้นหนังภัยพิบัติเรื่องนี้ถือว่าเวิร์กสำหรับผมครับ ดูแล้วลุ้น ดูแล้วติด ดูแล้วเอาใจช่วยตัวละครให้พ้นภัย แต่อันนี้ผมสารภาพตามตรงเลยว่านอกจากกัปตันหลิว (จางฮั่นหยู, Hanyu Zhang) แล้วผมจำชื่อคนอื่นๆ แทบไม่ได้เลย โดยเฉพาะเหล่าแอร์โฮสเตสนั้นหน้าตาคล้ายกันไปในโทนเดียวกันจนแยกไม่ออก นอกจากคนที่เป็นหัวหน้าเหล่าแอร์น่ะครับที่พอจะจำได้หน่อย ส่วนหนึ่งอาจเพราะบทบาทของเธอที่ออกจะเด่นกว่าคนอื่นอยู่พอสมควร และในแง่การแสดงเธอก็ทำได้ดีจนน่าจดจำครับ

Untitled06142

สิ่งหนึ่งที่ผมว่าหลายคนอาจรู้สึกระหว่างดูคือหนังจงใจบิ้วอารมณ์คนดูโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความรับผิดชอบของเหล่าลูกเรือที่มีหน้าที่ดูแลผู้โดยสาร อย่างการเน้นย้ำคำว่า “ทุกคนจะต้องได้กลับบ้านนะคะ” บ่อยและถี่มากจนอาจดูประดิษฐ์และจงใจอยู่บ้าง แต่ผมก็พอเข้าใจในเจตนาน่ะครับ เลยพอรับได้ จริงๆ ผมว่าฉากพวกนี้บิ้วอารมณ์ได้ไม่เลวเลยล่ะครับ เพียงแต่อาจไม่เนียนในบางช่วงเท่านั้น แต่ก็เข้าใจน่ะว่าหนังทำออกมาเพื่อเชิดชูวีรกรรมของกัปตันและเหล่าลูกเรือเพราะหนังอ้างอิงจากเหตุการณ์จริงด้วย

ยอมรับครับว่าผมไม่รู้จะเขียนอะไรครับ ไม่ใช่หนังไม่ดีนะ จริงๆ ผมว่าหนังเข้าท่าใช้ได้ อย่างที่บอกน่ะครับว่าดูแล้วลุ้น มานั่งนึกย้อนหลังตอนนี้ยังจำความรู้สึกลุ้นได้อยู่เลย ซึ่งผมว่าผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับหนังแนวภัยพิบัตินานพอสมควรแล้วนะ – ใช่ครับ หนังภัยพิบัติหลายเรื่องจากฟากฮอลลีวู้ดที่ทำในระยะหลังๆ นี่ผมดูแล้วไม่ยักกะลุ้นสักเท่าไร คืองาน CG หรืองานภาพน่ะอลังครับ ภาพตรงหน้าน่ะมีความยิ่งใหญ่ตามสไตล์หนังทุนสูง แต่ในแง่ความรู้สึกผมว่าไม่ลุ้นน่ะ – ในขณะที่เรื่องนี้ดูแล้วลุ้นครับ ทั้งที่ CG แบบจีนๆ บางทีก็ไม่ได้เนียนอะไร แต่เขาเน้นนำเสนอให้เรารู้สึกถึงเลือดเนื้อของตัวละครทั้งตัวน้อยตัวใหญ่ได้โอเคในระดับหนึ่ง

ผมก็แวะมาบอกตามที่คิดครับ ที่เหลือคงแล้วแต่ท่านว่าอยากจะลองไหม โดยส่วนตัวผมอยากให้ลองครับ คือหนังอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบอะไร ช่วงเรื่อยช่วงช้าก็มีบ้าง หรือการแก้สถานการณ์ก็อาจไม่ได้เหนือชั้นอะไรมาก แต่มันดูสนุก ดูแล้วลุ้น และได้ความประทับใจ (แม้จะปรุงเยอะอยู่บ้างก็ตาม) รวมถึงให้แง่คิดดีๆ เรื่องการทำงานเป็นทีม โดยเฉพาะงานที่ต้องรับผิดชอบดูแลและบริการผู้คน – ใครทำงานลักษณะนี้ควรลองรับชมครับ

สองดาวบวกๆ ครับ

Star21

(6.5/10)