Coming of Age Movies

Along for the Ride (2022) ลมรักคืนฤดูร้อน

Untitled06096

Along for the Ride นี่มันหนังสำหรับผมชัดๆ ครับ หนังแนว Coming of Age ที่มีตัวละครหลักไปใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ แล้วก็พบกับอีกหนึ่งตัวละครที่ชอบทำตัวลึกลับน่าค้นหา แล้วพวกเขาก็พูดคุยกัน สานสัมพันธไมตรีต่อกัน อันนำมาสู่การเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างที่จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล

สาวน้อยออเด็น (Emma Pasarow) คือตัวเอกครับ เธอมาพักอยู่กับพ่อ (Dermot Mulroney) และแม่เลี้ยง (Kate Bosworth) แน่นอนว่าตอนแรกเธอก็ยังปรับตัวไม่ได้สักเท่าไร บางครั้งก็รู้สึกผิดที่ผิดทาง จนกระทั่งเธอได้เจอกับอีไล (Belmont Cameli) หนุ่มปริศนาที่ชอบขี่จักรยานร่อนไปมาทั่วเมือง และนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มของเรื่องราว

ว่าตามจริงคือผมโอเคกับหนังครับ อย่างที่บอกว่าทางมันใช่ ชอบนักล่ะหนังแบบนี้ แต่ก็ต้องว่าไปตามจริงเหมือนกันว่าหนังอาจยังไม่ถึงกับเด็ดอะไรมากครับ คือดูได้ ดูเพลิน มีสิ่งดีๆ ที่ควรมี แต่ขณะเดียวกันก็ยังดีได้อีกในหลายจุด

มาว่ากันถึงจุดที่ชอบก่อน ผมชอบเรื่องราวของออเด็นกับการมาอยู่ในเมืองใหม่ครับ ตอนแรกเธออาจเหมือนปลาผิดน้ำที่รู้สึกเข้ากับคนที่นี่ไม่ได้ อยู่ไปสักพักนอกจากเพื่อนจะยังไม่ได้แล้ว ยังทำท่าจะเจอศัตรูอีกด้วย แต่พอเวลาผ่านไป เมื่ออะไรๆ เริ่มเข้าที่ (และส่วนหนึ่งก็มาจากการที่อีไลพาเธอทัวร์เมือง) เธอก็เริ่มเข้ากับคนรอบตัวได้ดีขึ้น

ในแง่หนึ่งก็เหมือนการสะท้อนให้เราตระหนักน่ะครับว่าเวลาเราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ว่าจะย้ายบ้านใหม่ ย้ายที่ทำงานใหม่ หรือกระทั่งไปอยู่ที่ไหนๆ ในช่วงปิดเทอมแค่ชั่วครั้งคราว ในช่วงต้นๆ มันอาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีสักเท่าไร แต่การที่เราจะไปตีตราเจาะจงลงไปเลยว่าที่นี่ไม่น่าจะดี ไม่น่าจะเข้ากับเรา นั่นก็อาจเร็วไปครับ เราอาจต้องให้เวลาทั้งต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม ให้เวลาในการลองจูนเข้าหากัน และเราก็ควรเปิดใจด้วยครับ อย่าด่วนปิดประตูเร็วเกินไป ลองดูก่อน ถ้าสุดท้ายแล้วมันไม่เข้ากันจริงๆ ก็ค่อยว่ากัน – เพราะคนมากมายเลยครับที่เป็นเพื่อนกันในตอนหลัง แต่ตอนแรกที่เจออาจไม่ถูกกันก็ได้

Untitled06097

สิ่งที่ชอบต่อมาคือหนังสะท้อนให้เราตระหนักยามที่เราหรือใครๆ มีปัญหาครับ สิ่งสำคัญเลยที่เราควรหาคำตอบก็คือ อะไรคือสาเหตุของปัญหา จะได้แก้มันให้ถูกจุด และคำถามที่สำคัญมากๆ เลยก็คือ แล้ว “ตัวเราเอง” นั้นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาหรือเปล่า เพราะถ้าหากเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแล้วไม่ยอมรับ (ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม) แล้วเรามัวแต่โทษสรรพสิ่งรอบตัวไปเรื่อยๆ แบบนั้นมันย่อมยากที่จะแก้ปัญหาได้

เหมือนเราจะเปิดประตู แล้วเราจับทุกส่วนของประตูเพื่อเปิด แต่ไม่ยอมจับลูกบิดนั่นแหละครับ

ในเรื่องเราจะพบว่าตัวออเด็นเองก็มีปม ตัวอีไลเองก็มีปม กระทั่งพ่อแม่และแม่เลี้ยงของออเด็นก็มีปัญหากันไปคนละอย่าง 2 อย่าง จนพอถึงที่สุดปัญหาก็ปะทุออกมาสร้างความอึดอัดไปพักใหญ่ และส่วนใหญ่ปมหรือปัญหาเหล่านั้นก็จะมีตัวของตัวเองหรือตัวใครสักคนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาร่วมด้วยเสมอ พอไม่แก้ให้ตรงมันก็เลยลุกลาม

สุดท้ายคนเราก็จะต้องเปิดใจ ยอมรับ หรือจะต้องมีใครบางคนยื่นมือเข้าไปช่วยใครอีกคน เมื่อนั้นอะไรๆ ถึงจะบรรเทาลงได้

อาจไม่ใช่แง่คิดลึกซึ้ง อาจไม่ใช่ปรัชญาลึกล้ำ แต่มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตคน ที่ผมเชื่อว่าใครหลายคนอาจกำลังเจออยู่ในเวลานี้

ครับ ก็ชอบนะ สำหรับประเด็นดีๆ ที่หนังนำเสนอ ในขณะที่ตัวหนังก็ถือว่าดูได้เรื่อยๆ อาจยังไม่ถึงกับสนุกแบบสุดๆ หรือน่าติดตามแบบเกินร้อย แต่ก็ถือว่าใช้ได้น่ะครับ ส่วนดาราก็ถือว่าโอเค Pasarow ก็ดูน่ารักในแบบของเธอ ส่วน Cameli ก็ดูเป็นหนุ่มลึกลับน่าค้นหา แต่แสงในตัวพวกเขาอาจยังไม่ถึงขั้นฉายออกมาแบบเต็มๆ ครับ ส่วนหนึ่งอาจเพราะบทที่แม้จะโอเค แต่ก็ยังดีได้อีก ที่สำคัญคือบทสรุปช่วงท้ายค่อนข้างจะรวบรัดมากอยู่ รู้ตัวอีกทีคือหนังจบซะแล้ว ทำให้ความสัมพันธ์ของพระนางดูจะขาดจุดไคลแม็กซ์ที่พึงมีไป

ส่วนดารารุ่นเก่าก็ทำหน้าที่ตัวเองได้โอเคตามที่บทกำหนดครับ Bosworth ก็ดูเป็นคุณแม่ลูกอ่อนจริงๆ ท่าทางเธอตอนลูกร้องไม่หยุดนี่ดูแล้วรู้สึกสงสารเลย ส่วน Mulroney ก็ดูสมจริงเช่นกันกับบทพ่อที่ดูเหมือนจะพร่องความรับผิดชอบบางประการไป (อาจจะโดยไม่ตั้งใจหรือไม่ทันคิด) และ Andie MacDowell ในบทแม่แท้ๆ ของออเด็นก็ดูเป็นผู้หญิงที่ผ่านโลกมาเยอะ จนออกจะเหนื่อยหน่ายโลกอยู่เหมือนกัน

โดยรวมถือว่าหนังโอเคครับ ใครชอบหนังสไตล์แบบ Paper Town หรือหนังที่ใกล้ๆ กับพวก Before Sunrise หากจะลองเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรครับ เผื่อจะชอบ

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)