Action

The Scorpion King 3: Battle for Redemption (2012) เดอะ สกอร์เปี้ยน คิง 3 สงครามแค้นกู้บัลลังก์เดือด

MV5BMjA3MzU2ODIwOV5BMl5BanBnXkFtZTcwOTA1ODIyNw@@._V1_

ภาคนี้ก็ลงแผ่นอีกตามเคยครับ กับเรื่องราวตอนที่สามของตำนานยอดนักรบอัคเคเดียนนามว่า มัลไธอัส หรือฉายาว่าเดอะ สกอร์เปี้ยน คิง หลังจากภาคแรกหนังได้เล่าให้เรารู้จักถึงการขึ้นครองอาณาจักรของเขาแล้ว ภาคสองก็ย้อนไปเล่าเรื่องสมัยหนุ่มๆ พอมาภาคนี้หนังก็เล่าถึงเหตุการณ์หลังจากภาคแรกครับ

เริ่องเริ่มเมื่อ มัลไธอัส (Victor Webster) ได้เข้าสู่จุดตกต่ำ ต้องสูญเสียทั้งอำนาจ อาณาจักร และแม้กระทั่งคนรักของเขา มัลไธอัสเลยกลับมาเป็นนักฆ่ารับจ้าง ทำภารกิจยากๆ เพื่อเงินอีกครั้ง และงานล่าสุดของเขาก็คือรับใช้ราชันย์ฮอรัส (Ron Perlman) ในการสยบน้องชายจอมโฉดนามว่าทาลัส (Billy Zane) ที่หมายมั่นจะยึดทุกสิ่งที่เป็นของพี่ชายมา แล้วยังคิดจะช่วงชิงคัมภีร์มรณะที่กล่าวกันว่ามีเวทย์มนต์มหากาฬที่จะปลุกเหล่ายมฑูตปีศาจขึ้นมา และบงการพวกมันได้

คัมภีร์ว่านี้อยู่ในอารักขาของกษัตริย์ราเมซาน หรือถ้าออกเสียงแบบไทยๆ ก็คือพระเจ้าราเมศวรนั่นเองครับ (Temuera Morrison) กษัตริย์พันธมิตรแห่งฮอรัสที่ปกครองอยู่ในดินแดนเอเซียตะวันออก มัลไธอัสเลยต้องออกแรงหยุดยั้งแผนร้ายของทาลัสให้ทันตามสูตรสำเร็จนั่นล่ะครับ

จริงๆ แล้วพล็อตมันเข้าท่านะครับ แม้จะว่าง่ายๆ แต่ถ้าทำดีๆ มันก็ดูเพลินได้ แต่ตัวหนังกลับออกไปในเชิงเข้ารกเข้าพงซะมากกว่า เพราะระหว่างที่ดูนั้นรู้สึกถึงกลิ่นไอหนังเกรดบีมาเสยจมูกอยู่ตลอด หลายอย่างที่อยู่ในหนังก็ไม่ค่อยจะกลมกล่อม จริงๆ ต้องบอกว่ารสออกแปร่งเลยด้วยซ้ำ

อย่างแรกคือ หนังยกกองมาถ่ายทำที่ประเทศไทย ใช่ครับ ไทยแลนด์แดนสยามของเรานี่แหละ ถ่ายตามป่าเขาที่มีต้นไทรใหญ่ๆ รากยาวๆ แล้วก็ถ่ายตามปราสาทหินด้วย จริงๆ น่าจะเป็นเรื่องดีนะครับ เป็นการโปรโมตบ้านเราไปในตัว แต่ทว่าทีมงานกลับถ่ายแบบไม่เลือกมุมกล้อง ไม่เก็บภาพงามๆ ไม่ทำให้แต่ละโลเกชั่นในบ้านเรานั้นดูดีขึ้นมาเลย อย่างตรงต้นไทรเก่าแก่หรือที่น้ำตกนั่น ถ่ายดีๆ ล่ะสวยเลยนะครับ

จริงๆ แล้วการที่เขาไม่ค่อยถ่ายภาพสวยๆ ในป่าเขาบ้านเราน่ะมันไม่ได้ส่งผลแย่อะไรกับเรานักหรอกครับ แต่มันส่งผลต่อตัวหนังน่ะ ฉากต่างๆ มันเลยออกมาธรรมดา ไม่มีอะไรดึงดูดใจ ไปๆ มาๆ ดูไม่ลงทุนเลยด้วยซ้ำ

ยิ่งบางฉากมันขัดกันในตัวเองเลยครับ อย่างตอนฮอรัสพามัลไธอัสเดินในปราสาทนั้น ก็อดฮาไม่ได้ เพราะปราสาทของฮอรัสมันควรจะออกแนวอียิปต์หน่อยใช่ไหมครับ แต่นี่อิฐมอญชัดๆ มีโบกปูนปาดเป็นจุดๆ ด้วยนะครับ แล้วคิดดูครับ เดินในปราสาทหินเมืองโบราณบ้านเรา ราชันย์ฮอรัสแห่งชุดออกแนวมองโกล, พี่มัลไธอัสก็เปิดอกแบบอัคเคเดี้ยน, ทหารที่เดินตามก็แต่งแบบโรมัน ส่วนหัวหน้านายกองแต่งสไตล์กรีก… ดูไปเกาหัวไป

ด้านเนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ทำออกมาแบบฉากต่อฉาก ไม่มีอะไรน่าจดจำนัก ซ้ำยังมีการยำแบบใส่เครื่องปั่น โดยไม่ดูเล้ยว่ามันจะเข้ากันได้ไหม ไม่ว่าจะการจับเอาสกอร์เปี้ยนคิงมาเดินเล่นแถวชายแดนไทย – กัมพูชา ใช้ช้างไทยรบสู้ศึกกัน แล้วยังมีนินจาโดดลงมาแจมในแดนปราสาทหินกับเขาด้วย… โอ้ แม่เจ้า นี่หนังหรือตำซั่วครับพี่

ดาราก็มีรุ่นเก๋าที่ขยันแสดงบทสมทบอย่าง Perlman กับ Zane ที่รายแรกก็มานิ่งๆ ไม่ค่อยได้ทำอะไรนัก ส่วน Zane ก็ออกแนวตัวร้ายในการ์ตูนไปเลยครับ มาเพื่อโหดโฉดเป็นสรณะ ส่วนพระเอกอย่าง Webster ก็ไม่มีอะไรให้พูดถึงนักนอกจากตัวล่ำกำยำจริง แต่ผมน่ะติดภาพสกอร์เปี้ยน คิงฉบับ The Rock ไปแล้วน่ะครับ แม้ขานั้นจะแสดงไม่ลื่นนักในตอนนั้น แต่ถ้ามาเทียบกับเรื่องนี้ผมว่าแกแสดงดีขึ้นมาเลยน่ะ

ไปๆ มาๆ รู้ไหมครับใครที่น่าจดจำที่สุด… นางเอกของเรื่องครับ ซิลด้า ธิดาของกษัตริย์ราเมศวร รับบทโดย Krystal Vee ชื่อฝรั่งอาจไม่คุ้น แต่ชื่อไทยของเธอคือ คริสตัล วิรุฬห์จรรยา ดาราไทยเรานี่แหละครับ เคยแสดงละครช่อง 7 ตอนเย็นๆ เรื่องแก่นกะลา แล้วก็ละครไทยไอทีวีเรื่องมหัศจรรย์วันเกิดด้วย ที่จำได้ก็เพราะเมื่อก่อนผมเคยดูน่ะครับ แหะๆ ยอมรับว่าเธอก็น่ารักเหมือนกันครับ มาในเรื่องนี้ผมว่าเธอเล่นได้ลื่นกว่าที่คิดนะ อาจไม่ได้ยอดเยี่ยมมากมาย แต่ก็ไม่เลว

แต่กระนั้น… ดูๆ ไปก็อดคิดไม่ได้น่ะครับว่าหลายอย่างในหนังมันไม่ได้เข้ากันจริงๆ นางเอกหน้าไทย มีแต่งเป็นนินจาด้วย ส่วนพระเอกมาจากอียิปต์ มีการแย่งคัมภีร์ไอยคุปต์ พวกยมฑูตที่มาจากคัมภีร์ก็เหมือนหลุดมาจาก Mortal Kombat จริงๆ ผมว่าองค์ประกอบพวกนี้ถ้ามีการใส่ใจเกลาดีๆ มันอาจจะสร้างอะไรใหม่ๆ ให้กับหนังได้น่ะครับ แต่พอดีว่ามันออกมาลวกไปหน่อย เลยรสกร่อยไปโดยปริยาย

แล้วก็บังเอิญอีกเหมือนกันที่ผมดันคุ้นกับผลงานของผู้กำกับคนนี้ Roel Reiné ที่เคยทำหนังทุนต่ำสไตล์ Die Hard With A Vengence แต่ไม่เน้นแอ็คชั่นเอาไว้ เรื่องนั้นก็มีพล็อตไม่เลวเหมือนกันครับ แต่เพราะทุนไม่เยอะเลยไม่น่าสนใจ แล้วระยะหลังแกก็ได้มาทำหนังภาคต่อสำหรับลงแผ่นไว้ 3 เรื่องติด ได้แก่ The Marine 2, Death Race 2 แล้วก็เรื่องนี้ล่ะครับ ซึ่งแต่ละเรื่องก็ออกมาคล้ายกัน นั่นคือไม่กลมกล่อม รสแปล้มๆ ด้วยกันทั้งสิ้น

ครับ ออกแนวบ่นเน้อะ แต่ก็อยากจะบอกครับว่า หนังอาจจะดูได้เพลินๆ ถ้าเราไม่หวังอะไรกับมันให้มาก ไม่คิดอะไรให้มาย ไม่สนความหวือหวาหรืออลังการ ไม่เอาไปเทียบกับหนังภาคแรก หรือถ้าคุณเคยดู The Scorpion King 2 แล้วบอกตัวเองว่ารับได้ หนังเรื่องนี้ก็ถือว่าอยู่ในข่ายพอทำเนาครับ

แต่อย่างน้อยหลายคนก็ให้ความเห็นตรงกันว่า จุดที่ทำให้ทนดูหนังจนจบได้ก็คือน้องคริสตัลนี่แหละ

ดาวกว่าๆ ครับ

Star11

(4.5/10)

Advertisements