Action

Day of the Dead (2008) วันนรก กัดไม่เหลือซาก

Day_of_the_dead_ver2

บอกตามตรงว่าผมทำใจอยู่นานว่าจะเอาโปสเตอร์มาลงดีไหม มันแหวะน่ะครับ แหวะและน่าขยะแขยงมาก ทำมาทำไปเลยตัดสินใจเอาโปสเตอร์ขนาดกลางๆ มาดีกว่า (นี่ไม่เคยหนักใจในการโพสต์ขนาดนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย) ห่วงสวัสดิภาพผู้เข้ามาอ่านครับ และห่วงตัวเองด้วย จ้องภาพซอมบี้เละๆ นี่นานๆ เข้านี่มันไม่เจริญหูเจริญตาเท่าไรเลยจริงๆ

รู้สึกหนังจะเข้าโรงบ้านเราอยู่ระยะหนึ่งนะครับ และก็ออกจากโรงไปเร็วเหมือนกัน ก็พอจะประมาณการความดังได้ในระดับหนึ่ง ส่วนที่เมืองมะกันนั้น หนังตอนแรกจะเข้าโรงครับ แต่ไปๆ มาๆ ก็โดนจับยัดลงวีดีโอและแผ่น DVD ทันที … นี่ก็คาดเดาเนื้อในของหนังได้เหมือนกัน

ทีนี้เรามาเท้าความที่มาของหนังกันก่อนดีกว่า คอหนังซอมบี้ย่อมจำได้ว่า Day of the Dead เป็นชื่อหนังซอมบี้ภาคที่ 3 ของ George A. Romero และคงมีคำถามว่าหนังเรื่องนี้รีเมกแบบที่ Dawn of the Dead ปี 2004 ทำหรือเปล่า คำตอบคือ ตอนแรกเป็นเช่นนั้นครับ คนเขียนบทที่ชื่อ Jeffrey Reddick เขาอยากจะรีเมก Day โดยการเอาเรื่องของเดิมมาตีความและมองมุมใหม่ จากเดิม Day ปี 1985 จะว่าถึงเรื่องภายในฐานทัพใต้ดินที่ทหารมากบดาน เพื่อหาทางรับมือกับเหล่าซอมบี้ที่เดินพล่านอยู่บนพื้นโลก ขณะเดียวกันก็มีการทดลองเพื่อศึกษาซอมบี้ หาวิธีจัดการมันและยังมีการสอนให้ซอมบี้กลับมามีสติเหมือนมนุษย์อีกครั้ง แต่ตอนจบก็ไม่ได้ทำอะไรหรอกครับ เกิดเรื่องซอมบี้อาละวาดซะก่อน

สำหรับฉบับใหม่ Reddick เลือกจะยึดโครงเกี่ยวกับการทดลองของรัฐบาลไว้ แล้วก็ว่ากันถึงประเด็นการแพร่กระจายของเชื้อร้ายล้วนๆ ตอนแรกฟังดูดีนะครับ แต่ไปๆ มาๆ พอดูหนังปุ๊บ … มันก็หนังซอมบี้แนวเดิมๆ นี่หว่า

เนื้อเรื่องง่ายมากครับ มันเกิดมีเชื้อร้ายซอมบี้แพร่กระจาย แล้วพวกทหารก็เข้ามาควบคุม แต่คุมไม่อยู่หรอกครับ พอคนโดนเชื้อได้ไม่นาน ตัวก็กลายเป็นซอมบี้ทันที ไล่งับคนต่อไป คนที่รอดก็ต้องวิ่งให้ทันครับ ไม่งั้นตาย

ตัวเอกก็มี ซาร่าห์ บาวแมน (Mena Suvari) กับน้องชาย (Michael Welch) ที่ต้องมาวิ่งหนีซอมบี้ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และพิษสงมันยังสุดยอดด้วยนะครับ ดูไปนึกว่ากำลังดูหนังจีนชอว์ บราเดอร์อ้ะ ซอมบี้มันเก่งจริงๆ วิ่งได้ ปีนกำแพงได้ ลีลาออกหมัดซัดคนก็ทำได้ เอะอะก็เฮดล็อคเหยื่อตลอด กะไม่ให้รอดเลยครับ

ที่ผมเล่าดูขำๆ นะ แต่ตอนดูก็ต้องยอมรับล่ะครับว่าน่ากลัวและสลดใช้ได้ แหม เห็นภาพคนโดนซอมบี้รุมฉีกเนื้อมันจะใจแข็งก็กระไร น่ากลัวพอประมาณครับ แล้วเนื้อตัวพวกซอมบี้ภาคนี้ก็น่ากลัวนะ เหมือนคนติดเชื้อจริงๆ ดูแล้วน่าเกลียดน่ากลัวมากๆ

ทั้งเรื่องไม่มีอะไรนอกจากการหนีซอมบี้ครับ หนีไปอยู่ในที่หนึ่ง พอซอมบี้เริ่มรุมก็ย้ายไปอีกที่ หนีไปเรื่อยๆ ครับ พอหนีไปซักพักก็จะเจอพวกระดับสูงบางตัวที่รู้ว่าซอมบี้มันอาละวาดได้อย่างไร จากนั้นก็หนีกันต่อ ตอนท้ายใครดวงดีสุดก็รอด

ครับ สรุปคือมันเป็นหนังซอมบี้แนวเดิมๆ น่ะแหละ ไม่ได้มีอะไรใหม่ นอกจากสไตล์เรื่องที่ทำเร็วและเร้าใจในระดับหนึ่ง เพราะมันแทบไม่มีจังหวะพักเลยครับ เน้นสยองเน้นวิ่งเน้นฉีกกันล้วนๆ

… และด้วยความที่หนังมันอีหรอบซอมบี้ทั่วไป ทั้งคนสร้างและเจ้าของเดิมอย่าง Romero เลยพากันถอดคำว่า “รีเมก” ออกจากหนัง เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกันน่ะครับ นอกจากชื่อตัวละครเท่านั้นเองที่เหมือนกัน แต่บทบาทของแต่ละคน กับการเดินเรื่องมันคนละสไตล์โดยสิ้นเชิง

และอีกหนึ่งความเหมือนที่ติดค้างมาจากบทก็คือ ใน Day ฉบับเก่านั้นจะมีซอมบี้ที่ถูกสอนให้ดีต่อมนุษย์ครับ ซึ่งในเรื่องนี้ก็มีคล้ายๆ กัน เป็นทหารคนหนึ่งที่ชื่อบั๊ด เครน (Stark Sands) เพื่อนของซาร่าห์ที่โดนซอมบี้กัด แต่ยังพอประคองสติได้ ซ้ำยังช่วยพวกนางเอกด้วย ก็ถือเป็นอีกหนึ่งลักษณะคล้าย Day ฉบับเก่าครับ ที่มีซอมบี้ที่มีสติน่ะ

แต่นอกนั้น … ไม่คล้ายเลย

ผมเลยจะไม่เทียบล่ะนะครับว่าอันเกาอันใหม่ อันไหนดีกว่า เอาเป็นว่าของเก่าก็มีดี ของใหม่ก็ … ไม่เลวร้ายหรอกครับ แค่เดิมๆ น่ะ เข้าไปดูคนโดนซอมบี้ขย้ำจนจบเรื่อง ถ้ามองในฐานะคอหนังซอมบี้คนหนึ่ง มันก็ดูง่ายดีล่ะครับ สยองใช่เล่นด้วย หนังกำกับโดย Steve Miner แห่ง Friday the 13th ภาค 2 และ 3 กับ House ภาคแรกและ Halloween: H20 กับเรื่องนี้ … มันก็สนุกเรื่อยๆ ตามสไตล์นะ ไม่มีอะไรต้องพูดถึงเป็นพิเศษ แต่ถ้าไม่คิดมากอยากสยองชั่ววูบ หนังก็ตอบสนองเรื่องนี้ให้เราได้พอตัวครับ

ดาราก็มีชื่อนะครับ แต่มาเล่นแบบเท่าทุน โดยเฉพาะ Ving Rhames ที่มาแบบรับเชิญกลายๆ ครับ บทไม่เยอะ แต่ก็เด่นทุกทีตอนโผล่มา

สรุปว่า เหมาะกับคนอยากดูหนังซอมบี้แบบสยองเรื่อยๆ น่ะครับ ไม่คิดอะไรมากเลยน่ะนะ กัดกินกันทั้งเรื่อง ถ้ารับได้ดูเลยครับ มันก็เรื่อยๆ ดีแหละ แต่ดูแล้วจิตตกเหมือนกัน เพราะคนที่โดนรุมกินโต๊ะนั้นท่าจะทรมานมากครับ ยังแอบคิดเลยว่าถ้าเป็นตัวเองโดนนี่ … หยึ๋ยๆๆๆๆๆ

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

Advertisements