รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

An Uncommon Grace (2017)

19225120_1670387249658736_1820980839850074220_n

หนังโรแมนติกของ Hallmark จัดว่ามีพัฒนาการให้แฟนๆติดตามอยู่เสมอครับ คือมันไม่ได้มีแค่ความโรแมนติกหรือบรรยากาศดีๆ แต่หลายเรื่องจะมาพร้อมรายละเอียดที่น่าสนใจ หรือไม่ก็เปิดโลกให้กับผู้ชม ให้ได้รู้และสัมผัสถึงบางเรื่องราวหรือบางขนบวัฒนธรรมที่เราอาจไม่ค่อยได้สัมผัส

อย่างเรื่องนี้เหตุไปเกิดแถบชุมชนอามิชครับ ตัวเอกคือ เกรซ คอนเนอร์ (Jes Macallan) พยาบาลที่เคยออกไปทำหน้าที่กลางสนามรบมาก่อน ซึ่งจากประสบการณ์ครั้งนั้นก็ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของเธออยู่จนถึงปัจจุบัน

หลังจบภารกิจเธอก็กลับมาอยู่กับคุณยาย (Kelly McGillis) ในแถบชุมชนอามิช แล้ววันหนึ่งหนุ่มชาวอามิชที่ชื่อ เลวี่ (Sean Faris) ก็มาขอความช่วยเหลือ เพราะพ่อและแม่ของเขาถูกยิงครับ แม้เกรซจะสามารถช่วยแม่ของเขาได้ แต่ก็สายเกินไปสำหรับการช่วยพ่อของเลวี่

แล้วเรื่องราวที่เหลือก็ว่าด้วยการตามสืบหาตัวฆาตกร และว่าด้วยสายใยสัมพันธ์รักของเกรซและเลวี่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น แต่นั่นก็นำมาสู่ปัญหาใหญ่เพราะตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ชาวอามิชจะต้องแต่งงานกับคนอามิชด้วยกันเท่านั้น จะไปรักไปแต่งกับคนนอกไม่ได้เด็ดขาด

เรื่องนี้สิ่งที่ได้ใจผมอย่างแรกก็คือภาพวิวสวยๆ ครับ ไม่ว่าจะท้องทุ่งงามๆ หรือบ้านเรือนบ้านไร่ที่จัดว่าสวยมากๆ มันได้อารมณ์ชนบทและความสงบแบบชุมชมอามิชจริงๆ ทำให้การดูหนังเรื่องนี้ก็เหมือนได้เดินเล่นไปเที่ยวแถวนั้นน่ะครับ ^_^

สิ่งที่ชอบต่อมาคือการแสดงดีๆ ของดารานำ Macallan ถือว่าไปได้ดีกับบทนางเอกที่มีความแกร่งแต่ก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน และเป็นคนที่เปิดกว้างพร้อมเข้าใจความต่างบางประการของวัฒนธรรม เรียกว่าไม่แปลกใจล่ะครับว่าทำไมเลวี่ถึงรู้สึกดีๆ กับเธอ

ในขณะที่ Faris เองก็เหมาะกับบทหนุ่มอามิชผู้แสนสุภาพ เขาดูเป็นสุภาพบุรุษที่ชวนฝันมากๆ จนเข้าใจได้เลยว่าทำไมเกรซ รวมถึงสาวๆ ในชุมชมถึงปลื้มเขากันนัก ผมชอบฉากที่เขาเอากระเป๋าสานไปให้เกรซน่ะครับ เป็นฉากง่ายๆ แต่น่ารักและจริงใจอย่างยิ่ง

แต่ที่ทำให้ผมอึ้งนิดๆ คือ McGillis อดีตนางเอกสวยเท่ห์ใน Top Gun มาตอนนี้เธอเป็นคุณยายไปเรียบร้อย ซึ่งในแง่การแสดงนั้นเธอก็อาจไม่ได้มีบทอะไรมากครับ แต่ก็แสดงได้เหมาะสมดี (แค่ตกใจยามเห็นดารารุ่นที่เราๆ คุ้นเคบ แก่ตัวเท่านั้นแหละ 555)

ถ้าจะมีติดใจนิดๆ ก็อาจเป็นเนื้อเรื่องบางส่วนที่ชวนให้คิดถึงละครไทย ประเภทว่ามีนางอิจฉาหรือมีตัวละครที่ดูๆ จะไร้เหตุผล แต่ก็ยังดีครับที่มันไม่ได้เยอะเกินไปจนทำให้หนังเสียกระบวน และหากมองในแง่ของเหตุผลแล้วก็พอเข้าใจน่ะครับ

ตัวละครที่ว่าเป็นชาวอามิชน่ะครับ บางสิ่งที่พวกเขาทำดูจะ “ไม่ใช่” สำหรับเรา แต่หากมองแบบเปิดใจแล้ว ก็พอเข้าใจน่ะว่ามันคือธรรมเนียมปฏิบัติที่เขาทำกันมานาน และมันคืออะไรที่ “ถูกต้องเหมาะสม” สำหรับพวกเขา

หนังก็นำเสนอวิถีของชาวอามิชได้น่าสนใจดีครับ คือมันอาจไม่ได้ลึกซึ้งประหนึ่งหนังสารคดี แต่ก็ทำให้เราเห็นหลายๆ แง่มุมของวิถีชีวิตในแบบของพวกเขา เรียบว่านอกจากหนังจะทำในแง่โรแมนติกได้ดีแล้ว ในแง่การ “แวะเวียนไปสู่โลกของชาวอามิช” ให้เราได้สัมผัส ก็จัดว่าทำได้ดีครับ

โดยรวมแล้วผมชอบหนังเรื่องนี้ครับ มันเป็นโรแมนติกผสมชีวิตที่ทำได้กำลังเหมาะ มีความน่ารักในระดับพอดี (ไม่ได้งุ้งงิ้งเกิน) และที่ชอบมากๆ คือเคมีของพระนางจัดว่าเข้ากันได้ดี รวมถึงบรรยากาศบ้านไร่เรียบง่ายก็เป็นอะไรที่ทำให้เราผ่อนคลายได้ประมาณหนึ่งครับ ^_^

แต่หนังอาจไม่ได้ทำให้เรารู้จักชุมชนอามิชขนาดนั้นนะครับ ต้องบอกไว้ก่อน เพราะบางแง่มุมก็อาจเป็น “การเลือกปฏิบัติในการทำเสนอ” อยู่บ้าง (ประมาณว่าเอากฎเกณฑ์ของชาวอามิชมาเป็นปมดราม่า อะไรประมาณนั้น) แต่หากมองในแง่ “ลองสัมผัสแบบไม่ลงลึก” หนังก็ทำหน้าที่ได้โอเคในระดับหนึ่งครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements