รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Bat (1926), จอมโจรค้างคาว ต้นแบบ Batman

MV5BMTgxMzcyOTA1OF5BMl5BanBnXkFtZTcwMzU5NjQyMg@@._V1._CR34,29,276,440_UX182_CR0,0,182,268_AL_

จากละครบอร์ดเวย์ชื่อดังแห่งยุค 20 มาสู่งานหนังเงียบขาวดำเรื่องที่ได้รับการยกย่องชื่นชมในฐานะหนังฆาตกรรมสืบสวนที่สนุกตื่นเต้น พร้อมผูกเรื่องอย่างซับซ้อน ว่าด้วยฆาตกรและโจรใจโหดที่ปลอมตนในคราบค้างคาวยักษ์ออกทำการปล้นชิง โจรกรรมและฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์ ทางการก็พยายามตามล่าแต่ก็คว้าน้ำเหลวอยู่ร่ำไป

แต่แล้วทุกอย่างก็มาหยุดอยู่ที่แมนชั่นหลังหนึ่งครับ เมื่อเจ้าค้างคาวที่ว่าได้เดินทางมา แล้วก็ทำการข่มขวัญ วางแผนฆ่าคนที่อยู่ในนั้นทีละคน… แล้วมันมีจุดประสงค์ใดกันแน่ และใครคือเจ้าค้างคาวฆาตกรตัวนี้!

แม้จะเป็นหนังเก่าเล่ายี่ห้อ แต่ก็ดูได้เพลินไม่เลวนะครับ หนังเก่าเรื่องนี้จัดว่ามีคุณค่าทางภาพยนตร์พอดู โดยเฉพาะการวางมุมกล้องและฉากที่ออกแบบได้แปลกตาพอสมควร โดยเฉพาะฉากแรกที่เจ้าค้างคาวประกาศว่าจะเข้ามาขโมยของในห้องของมหาเศรษฐีนักค้าเพชรพลอยผู้หนึ่ง ห้องที่ว่านั้นดูลึกลับครับ แม้จะมีอาณาเขตกว้างแต่ก็ดูลึกลับ ชวนผวาไม่น้อย เพราะดูๆ แล้วห้องนี้น่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแน่นอน… แล้วไม่นานก็เกิดเหตุขึ้นจริงๆ

ถัดจากนั้นเหตุการณ์ก็จะมาเกิดในแมนชั่นครับ ซึ่งก็มีการสืบหาคนร้าย วิ่งหนีฆาตกรกันตามสูตร แต่ช่วงที่ว่านี่ก็นับว่ามีความแปลกอีกเช่นกัน เพราะหนังมีการผสมกันระหว่างความลึกลับกับความฮาครับ อ้า นี่ไม่ได้ล้อเล่นนะครับ หนังมีจังหวะฮาจริงๆ เพราะคนในแมนชั่นนั้นกำลังตื่นกลัวเจ้าค้างคาวใช่ไหมครับ แล้วพอดีว่าคุณแม่บ้านประจำแมนชั่นนั้นดันกลัวเจ้าค้างคาวแบบขึ้นสมอง เลยมีการวางกับดักไว้แถวหน้าต่าง ซึ่งกับดักที่ว่านี่คือกับดักยักษ์นะครับ ประมาณว่าเอาไว้ใช้ดักควายกันเลยล่ะ เห็นแล้วก็ขำครับ

บางทีพอคุณแม่บ้านเธอเห็นเงาแว้บๆ เหมือนค้างคาวตรงหน้าต่าง ก็ทำหน้าตื่นวิ่งไปหลบใต้เตียงเป็นต้น ปล่อยให้เจ้านายยืนตาค้างก็มี ซึ่งฉากที่ว่านี่ทำออกมาในแนวฮาครับ โดยใช้คุณแม่บ้านเป็นจอมเปิ่นจอมปอดมาสร้างเสียงหัวเราะเพื่อลดความตึงเครียดนั้นน่ะแหละ ดูไปก็แปลกใจหน่อยๆ เหมือนกันว่าไหงมีการผสมรสชาติอีแบบนี้ แต่ก็แปลกใจรอบสองเพราะการผสมรสชาติทำนองนี้ไม่ได้ทำร้ายหนังแต่อย่างใด มันไปกันได้ครับ ช่วงฮาก็ฮา แต่ช่วงไหนจริงจัง เป็นการสืบสวนหาปมก็ยังคุมหนังได้ไม่หลุดโทน

แปลกๆ แต่ก็ไม่แหลกเหลวนะครับ

ตัวหนังอาจมีช่วงน่าเบื่อบ้าง แต่ก็ไม่มาก เพราะดาราแต่ละคนก็แสดงได้น่าพอใจ ฉากในหนังก็มีไม่กี่ฉากไม่ต่างจากละครเวทีเท่าไร (ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะบทหนังมันมาจากละครเวทีอยู่แล้ว) การคลายปมก็โอเคครับ ตอนท้ายก็มีการหักมุมเล็กน้อยพอให้คนดูตื่นเต้นฮือฮา ประเภทว่าฆาตกรตัวจริงนั้นก็ปะปนอยู่ในหมู่คนที่มาเยี่ยมเยียนแมนชั่นนั่นแหละ

ดูแล้วรู้ซึ้งว่า การหักมุมหาตัวฆาตกรแบบ Scream หรือการ์ตูนยอดนักสืบจิ๋ว โคนันนั้นก็มีมาตั้งแต่สมัยโน้นแล้วล่ะครับ (จริงๆ มีมาก่อนหน้านั้นอีก ในหนังสือนิยายไงล่ะครับ)

ครับ ก็นำมาเพื่อแนะนำเป็นหลัก ไม่ได้ย้ำว่าต้องหาดู ยกเว้นว่าสนใจหนังสืบสวนเก่าๆ ที่ดูได้เรื่อยๆ มีสไตล์การถ่ายทำที่ง่ายๆ ไม่หวือหวา แต่จะเน้นเรื่องการวางช็อต วางฉากต่างๆ ให้ดูลึกลับ (แต่ถ้าพูดถึงหนังที่วางช็อต จัดฉาก มุมกล้อง ได้ลึกลับชวนฉงนระดับตำนาน ต้องยกให้ The Cabinet of Dr. Caligari ครับ ไว้จะเอามาเล่าให้ฟัง เรื่องนี้สุดยอดมากในเชิงศิลป์ ในขณะที่เรื่อง The Bat นี้แม้จะจัดฉากโอเค แฝงศิลป์แค่ไหนก็ยังติดภาพฮอลลีวู้ดอยู่หน่อยๆ ครับ ไม่ได้แหวกมากมาย)

และอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผมดูหนังเรื่องนี้ก็เพราะอยากรู้ว่าแรงบันดาลใจของ Bob Kane ที่ทำให้เขาออกแบบ Batman ออกมานั้นเป็นอย่างไร เพราะรูปลักษณ์คนสวมชุดค้างคาวรวมไปถึง Bat Signal หรือการส่งสัญญาณค้างคาวทางสปอร์ตไลท์นั้น ก็มีที่มาจากหนังเรื่องนี้นี่แหละ เพียงแต่ในเรื่องนี้สัญญาณค้างคาวจะถูกส่งเข้ามาในบ้านเพื่อข่มขวัญเหยื่อให้ตกใจ ก่อนเจ้าค้างคาวจะลงมือก่อการ ส่วนสัญญาณค้างคาวใน Batman นั้น เป็นสัญญาณที่ตำรวจส่งขึ้นฟ้าเพื่อขอความช่วยเหลือจากแบทแมน

ก็น่าสนใจดีนะครับ สัญลักษณ์ที่คล้ายกัน แต่เมื่อไปอยู่ในหนังต่างเรื่องและต่างการตีความของคน มันก็ออกมาคนละอย่างได้ ทั้งๆ ที่มันก็คือการเอาสปอร์ตไลท์ฉายผ่านรูปค้างคาวแบบเดียวกันแท้ๆ

แต่เพราะการมองต่างมุม ต่อยอดจากต่างฐานนี่เองที่ทำให้โลกภาพยนตร์และบันเทิงยังก้าวหน้าก้าวไกลมาจนถึงปัจจุบัน และคงจะก้าวต่อไปจนถึงอนาคตด้วย

พอดู The Bat จบผมก็ยิ่งตระหนักถึงพัฒนาการของหนังครับ ยิ่งดูยิ่งสังเกตว่าภาพยนตร์มีการพัฒนาอยู่ตลอด มีการปรับเปลี่ยนผสมผสานเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่เสมอ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นขึ้นอยู่กับคนดูพอดูแล้วจะต่อยอดคิดตาม สร้างของใหม่ขึ้นมาได้มากแค่ไหน… การดูภาพยนตร์ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่จึงเป็นเครื่องจุดประกายพลังสร้างสรรค์ได้ดีไม่น้อย

ความสร้างสรรค์ที่ว่านี่ ไม่จำกัดเพียงแต่บทหนังใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึง การได้มาซึ่งแง่คิด ปรัชญา และแนวทางในการดำรงชีวิต… หนังกับคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกันน่ะครับ หากเราใช้เป็น มันจะให้คุณประโยชน์กับเราได้มากกว่าภาพที่สวยงาม

สรุปว่าเหมาะสำหรับคอหนังสืบสวนขาวดำครับ แต่หนังเองก็ไม่ได้ถึงขั้นคลาสสิกห้ามพลาดแต่อย่างใด

สองดาวครึ่ง สำหรับหนังเก่าครับ

Star22

(7/10)

Advertisements